เว็บไซต์แนะนำ
posted on 19 Mar 2010 13:13 by crayfish
เพื่อนฝากมาจ้า ยังไงก็ลองแวะไปดูนะ
เว็บดีดี ที่พลาดไม่ได้
เพื่อนฝากมาจ้า ยังไงก็ลองแวะไปดูนะ
ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณที่มาจากอินเตอร์เน็ตนะจ๊ะ
ถ้าอยากดูมากกว่านี้..
คลิกไปที่ http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?topic=54.0
กุ้ง Bumblebee อาศัยอยู่บนปลิงทะเล !!




ตัวนี้.. อาศัยอยู่บนปลาดาวจ้า
ขอขอบคุณที่มาจากอินเตอร์เน็ตนะจ๊ะ
ถ้าอยากดูมากกว่านี้..
คลิกไปที่ http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?topic=54.0
ลองไปสมัครกับโมเดลลิ่งนี้ดูนะ
ตามลิงค์นี้เลย ไม่เสียค่าสมัคร ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น รับสมัครนายแบบ แล้วก็อื่นๆ
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?topic=460.0
เค้าบอกว่า ไม่ต้องสวย ไม่ต้องหล่อมาก ขอแค่เป็นคนที่มีระเบียบวินัย มีความมั่นใจ และขยันที่จะเรียนรู้
เพราะว่าเค้ามีอบรมให้ด้วย (สำหรับคนที่ผ่านการคัดเลือกในแต่ละงานน่ะ) โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรม
เว็บไซต์แนะนำ คลิกเลย :
แฟชั่น | รับสมัครนายแบบ | แฟชั่นอินเทรนด์ | แฟชั่นผู้ชาย | แฟชั่นผู้หญิง | นายแบบ | นางแบบ | เคล็ดลับความงาม | ซื้อขายสุนัข | ขายหมา | ซื้อหมา | ซื้อขายหมา | ตลาดนัดหมา | ตลาดนัดสุนัข | ลงประกาศขายหมา | ลงประกาศขายสุนัข | เว็บขายหมา | ขายสุนัข | ตั้งกระทู้ฟรี | ลงประกาศฟรี | โปรโมทเว็บฟรี | SEO | ลงโฆษณาออนไลน์
อยากเห็นคนไทยสามัคคี อยากเห็นคนไทยมีน้ำใจ เอ๊ะ แล้วพูดเพื่อ?
ไม่รู้สิ แต่มันมีอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้คิดได้ว่า ทำไมบางคน บางทีช่วยได้กลับไม่ช่วย
ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ต้องเสียอะไรเลย แต่ก็ช่างเถอะนะ มันสิทธิ์ของแต่ละคนไป
เรื่องของเราที่เขียนตรงนี้ ก็คงไม่ได้สำคัญกับใครๆ หรอก และอาจมีอีกหลายคนๆ เห็นว่ามันไร้สาระด้วยซ้ำ
แต่ก็ช่างเถอะ ถึงทำไปแล้วมันไม่มีอะไรดีขึ้น แต่ก็ยังดีกว่าไปทำเรื่องแย่ๆ สร้างความเดือนร้อนให้คนอื่น จริงมะ
ทีแรกก็กะว่าไม่ได้จะมาพร่ามอะไร แต่มันมีเหตุการณ์ที่ทำให้คิดว่า .. ทำไมใจดำจัง เห็นแก่ตัวที่สุด
(ขอไม่เ่อ่ยถึงก็แล้วกันสำหรับสิ่งที่มันไม่ดี) แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีคนที่มีน้ำใจมากมาย แล้วก็ช่วยเหลือกันและกันอยู่
คนเราร้อยพ่อพันแม่ จะให้เหมือนกันหมดคงเป็นไปไม่ได้หรอกเนอะ แต่สิ่งเดียวที่หวังก็คือ
.. อยากให้สังคมไทย เต็มไปด้วยน้ำใจ ..
อันนี้เพื่อนมันบังคับให้เอามาลงอ่า (แต่เราก็เต็มใจช่วย 55+
โดยเฉพาะอยากให้ทุกคนรู้จัก ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์หลงทาง ส่วนอันอื่นช่างมัน เอ๊ย ไม่ใช่ !!)
อ่ะๆๆ ลองดูก็แล้วกันนะ สำหรับคนรักสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง
....................................................................................................................
เว็บไซต์สัตว์เลี้ยงมาแรง ที่อยากให้คุณไปร่วมสร้างความอบอุ่น
เว็บไซต์สัตว์เลี้ยงที่มีคนสนใจมากขึ้นทุกวันๆ ทุกอย่างฟรี พลาดไม่ได้แล้ว
เว็บไซต์สัตว์เลี้ยง โดยชมรมคนรักสัตว์ และผู้สนับสนุนใจดีที่อยากช่วยเหลือสังคม
*** การช่วยเหลือคนและสัตว์ .. คือสิ่งที่เรารัก ***
....................................................................................................................
>>> ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์หลงทาง :
(ช่วยกันประชาสัมพันธ์ เพื่อร่วมช่วยเหลือสังคม)
ลงประกาศสัตว์เลี้ยงหาย
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=36.0
ลงประกาศเจอสัตว์เลี้ยงที่หลงทาง
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=38.0
....................................................................................................................
>>> มุมซื้อขายสัตว์เลี้ยง (ลงประกาศฟรี) :
ซื้อขายสุนัข
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=42.0
ซื้อขายแมว
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=50.0
ซื้อขายหนูแฮมสเตอร์
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=52.0
ซื้อขายปลาสวยงาม
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=56.0
ซื้อขายกุ้งสวยงาม
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=57.0
ซื้อขายสัตว์เลื้อยคลาน
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=54.0
ซื้อขายสัตว์อื่นๆ (ซื้อขายสัตว์หายาก)
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=55.0
ซื้อขายสินค้าเกี่ยวกับสัตว์
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=22.0
....................................................................................................................
>>> มุมหาคู่ให้สัตว์เลี้ยง (ลงประกาศฟรี) :
หาคู่ให้สุนัข
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=43.0
รับผสมพันธุ์สุนัข
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=53.0
หาคู่ให้แมว
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=51.0
....................................................................................................................
>>> บอร์ดพูดคุยเรื่องสัตว์เลี้ยง (เชิญตั้งคำถาม และแบ่งปันความรู้) :
กุ้งเครย์ฟิช & กุ้งสวยงาม
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=1.0
หอย, ปู, เต่า
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=6.0
ปลาสวยงาม
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=37.0
สุนัขแสนรู้
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=12.0
แมวน้อยน่ารัก
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=17.0
แฮมสเตอร์ แกสบี้ กระต่าย
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=27.0
ชูการ์ไกลเดอร์ ชินชิล่า เฟอเรท เม่นแคระ
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=64.0
นกสวยงาม
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=62.0
สัตว์หายาก
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=18.0
การจัดตู้ปลา และไม้น้ำ
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=10.0
แลก-แจก สัตว์เลี้ยง
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=26.0
....................................................................................................................
>>> เฮฮา วาไรตี้ (โพสฟรี ร่วมกันสร้างเนื้อหาน่าอ่านนะคะ) :
ข่าวอัพเดท, ข่าวสัตว์เลี้ยง, ดาราจำเป็น, นักประดิษฐ์, ไลท์สาระ, เรื่องขำขัน, แนะนำสถานที่
http://www.tomyfarm.com/tomyclub/index.php?board=40.0
....................................................................................................................
ถ้าใครมีอะไรดีดี ก็มาบอกกันได้นะ
เจออะไรดีๆ ก็ช่วยกันประชาสัมพันธ์
อยากสนับสนุนให้คนไทยมีน้ำใจ และสามัคคีกันมากๆ
ไม่อยากให้คนไทยเห็นแก่ตัวเลย
เว็บไซต์แนะนำ คลิกเลย :
แฟชั่น | รับสมัครนายแบบ | แฟชั่นอินเทรนด์ | แฟชั่นผู้ชาย | แฟชั่นผู้หญิง | นายแบบ | นางแบบ | เคล็ดลับความงาม | ซื้อขายสุนัข | ขายหมา | ซื้อหมา | ซื้อขายหมา | ตลาดนัดหมา | ตลาดนัดสุนัข | ลงประกาศขายหมา | ลงประกาศขายสุนัข | เว็บขายหมา | ขายสุนัข | ตั้งกระทู้ฟรี | ลงประกาศฟรี | โปรโมทเว็บฟรี | SEO | ลงโฆษณาออนไลน์
ก็แค่อยากจะแนะนำ แต่ไม่รู้จะไปบอกที่ไหนดี
นึกได้ว่ามี ตรงนี้นี่นา 555+
ก็ไม่ได้ไปเบียดเบียนใครด้วยอ่ะนะ แต่อยากจะแนะนำสิ่งดีๆ ให้เพื่อนๆ ก็แค่นั้นเอง
ยังไงใครเข้ามาแล้ว ก็อยากจะแนะนำให้รู้จักกับ ห้องสมุดสัตว์เลี้ยงออนไลน์ !!
10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น .. งั้น?
ไปดูเลยดีกว่า >> ฟิ้ววววว
http://www.tomyfarm.com/library/
ตอนนี้เค้าก็เพิ่มเติมเนื้อหาเรื่อยๆ
เราก็อยากจะให้เพื่อนๆ ช่วยกันแนะนำต่อๆ ไป
เพราะทีมงานเค้าจะได้มีกำลังใจทำเนื้อหาให้เยอะๆ ดีๆ เพิ่มขึ้นเร็วๆ
เพื่อประโยชน์แก่สังคม
(เพราะเรารักสัตว์ 555+)
| รู้เรื่อง Banner มาตรฐาน |
|
|
|
ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ สิ่งที่เราจะเห็นบ่อย ๆ และเกือบทุก ๆ เว็บต้องมีก็คือ Banner หรือป้าย ซึ่งมีอยู่มากมาย จนบางเว็บอาจจะเรียกว่าเกือบ ๆ จะเป็น Banner Farm กันเลยทีเดียว แต่ทราบไหมว่า Banner นั้นมีขนาดเท่าไหร่กันบ้าง หากใครอยากรู้เรื่องนี้เชิญคลิกเลยครับ |
||
|
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า ในเว็บไซต์ต่าง ๆ นั้นมีการติด Banner โฆษณา
กันอยู่มากมาย หลากหลายสีสัน หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบเป็นภาพ Gift
Animation หรือภาพเคลือนไหว แบบ Flash และภาพ Banner โฆษณา
ของแต่ละเว็บไซต์ก็มีขนาดที่หลากหลาย แต่จริง ๆ แล้ว Banner โฆษณา
นั้นมีขนาดที่เป็นมาตรฐานกำหนดไว้เหมือนกัน |
|||
|
ดังนั้น จึ่งได้มีการกำหนดขนาดมาตรฐานของ Banner ขึ้น
เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากล และเพื่อที่ผู้จัดทำเว็บไซต์จะได้วางแผนวาง
Layout พื้นที่ต่าง ๆ สำหรับวาง Banner ทางหน่วยงาน IAB (Internet Advertising Bureau/Coalition for Advertising Supported Information and Entertainment)
จึงได้กำหนดมาตรฐานของขนาด Banner ขึ้น ซึ่งมี Banner ขนาดมาตรฐานทั้งหมด
8 ขนาด ซึ่งเป็นขนาดที่ได้รับการยอมรับกันอย่างเป็นสากล ซึ่งประกอบด้วย
Banner ขนาดต่าง ๆ ดังนี้ |
|||
![]() |
|||
|
1. Banner ขนาด 120x60 pixel เป็น Banner ที่ถือว่ามีขนาดเล็ก แต่ก็พอที่จะนำเสนอข้อมูลได้ ส่วนมากมักนำไปวางในพื้นที่ที่เหลือเป็นช่องวางเล็ก ๆ |
|||
Gif
Animation (กิฟ อนิเมชั่น) คือ ภาพเคลื่อนไหว
ที่เกิดจากการนำรูปภาพหลายๆรูปภาพมาแสดงอย่างต่อเนื่องกัน
โดยไฟล์ที่แสดงจะเป็น *.gif สร้างได้จากหลายโปรแกรม
วันนี้ผมจะมาแนะนำให้ทำจากโปรแกรม โฟโต้ ชอป เพราะคิดว่า
ดอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่น่าจะมีการติดตั้งมาแล้ว
เผื่อคุณอยากสร้างภาพของคุณเอง ไม่ซ้ำกับคนอื่นเอาไว้ดูเล่น
ประดับหน้าเว็บ หรือใช้เป็นรูปภาพประจำตัวคุณตามเว็บบอร์ดต่างๆ
อย่าง
แรกก่อนทำคิดว่าควรจะมีความรู้พื้นฐานของ โฟโต้ ชอป มาบ้าง
แต่ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะพยายามแนะนำไปเรื่อยๆ (ผมเองก็หัดเองครับ
เลยน่าจะสามารถแนะนำให้คนที่ไม่เคยทำมาก่อนให้ทำได้)
เริ่มแรกก็ควรรู้จักการสร้างงานใหม่ก่อนเลย
เปิดโปรแกรมขึ้นมา ไปที่ File > New จากนั้นที่หน้าต่างก็จะมีการกำหนดรายละเอียดต่างๆ เช่น ชื่องาน, ขนาด, ความละเอียด, ขนิดสีของงาน, แบ็กกราวนด์ของงาน ฯลฯ
ผม
กำหนดไว้แบบกลางๆนะครับ ขนาด 300 X 300, สี RGB,ความละเอียด 72
Pixels/Inch ที่สำคัญคือ เลือก Background Contents คือ Transparent
ซึ่งก็คือทำให้พื้นงานเป็นสีใส หรือ
ถ้าหากต้องสร้างให้มีแบ็กกราวน์สีเดียวกับพื้นเว็บ
หรือเอาภาพมาใส่พื้นหลัง ก็ใส่แบ็กกราวนด์ทีหลังก็ได้ครับ

เครื่องมือในโฟโต้ ชอป และ อิมเมจ เรดดี้
โปรแกรม
โฟโต้ ชอป จะมีโปรแกรม อิมเมจ เรดดี้ ติดตั้งมาด้วยพร้อมกัน ยกเว้นใน
โฟโต้ ชอป เอเลเม้นท์ (Photoshop Element) จะรวมอยู่ด้วยกัน
การใช้งานและเครื่องมือจะคล้ายๆกัน ดังนั้น ผมขอแนะนำในโปรแกรม โฟโต้ ชอป
ซึ่งสามารถนำไปใช้กับ โปรแกรมอื่นได้เช่นกัน
โปรแกรมที่ผมนำมาเป็นตัวอย่างคือ Photoshop CS แต่การใช้งานทั่วๆไป
ไม่แตกต่างจาก Photoshop 7 ครับ (ลองแล้วส่วนใหญ่เหมือนๆกันครับ)
เครื่องมือใน โฟโต้ ชอป มีเยอะมาก
มากจนผมคิดว่าคงมีคนไม่มากนัก ที่จะเข้าใจแล้วใช้งานเป็นได้อย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ เครื่องมือหลายตัวสามารถประยุกต์ใช้ร่วมกันได้อีก
ทำให้การสร้างงานต่างๆกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ถ้าอยากเก่ง ต้องขยันศึกษา
และลองใช้งานเอาเองครับ
คำสั่งที่ใช้บ่อยๆของโปรแกรมก็ควรรู้จักบ้างคือ
- File -> New สร้างงานใหม่ (ด้านหลัง คือชอร์ทคัท)
- Edit -> Copy ก้อปปี้
- Edit -> Cut ตัด
- Edit -> Paste วาง
- Edit -> Step Backward ถอยกลับขั้นตอน ใช้เพื่อการแก้ไขงาน
- Edit -> Step Backward < Ctrl + Z > ถอยกลับขั้นตอนใน อิมเมจเรดดี้ (ทำไมไม่ทำให้เหมือนกันก็ไม่รู้ครับ)
- Edit -> Step Forward เดินหน้าขั้นตอน
- เมื่อใดที่ทำงานแล้ว กดคำสั่งอื่นๆแต่โปรแกรมไม่ยอมทำให้ นั่นเพราะคำสั่งเดิมยังไม่ได้ Apply
ต้องกด Marquee Tool ก่อน หรือ อาจจะ เลือกผิดเลเยอร์ ก็ได้
- เครื่องมือแต่ละชนิด มักมี Tool Options Bar ให้ปรับแต่งการใช้งานด้วย อยู่ที่ ด้านล่างของเมนูบาร์
(เปลี่ยนตามเครื่องมือที่เลือกใช้)
Window
ด้วยความที่เครื่องมือมี
มากมายทำให้การจัดวางเครื่องมือต้องใช้พื้นที่มาก
ผู้สร้างโปรแกรมจึงใช้วิธีซ่อนกลุ่มเครื่องมือบางส่วนไว้ การเรียกใช้งาน
ผู้ใช้สามารถเลือกเปิด / ปิด ตามความต้องการที่จะใช้งาน การเรียกใช้งาน
เรียกใช้ได้จาก Menu Bar > Window > ทำเครื่องหมายภูก ที่เครื่องมือที่ต้องการใช้ และเอาเครื่องหมายถูกออก ในส่วนของเครื่องมือที่ไม่ต้องการ
การ
เลือกใช้งานก็คือ คลิกที่ Tab ของเครื่องมือที่ต้องการใช้งาน Tab
มักจะปรากฎที่กลุ่มเครื่องมือด้านขวามือ หรือ ด้านบน - ขวา ของโปรแกรม
ส่วนมากมักเป็นกลุ่มเครื่องมือใช้ทำงานร่วมกับเครื่องมือในส่วน Tool Box
และเกี่ยวกับการทำงานในส่วนของงานของเรา
เครื่องมือใน Tool Box
Tool Box คือชุดเครื่องมือที่ใช้งานกับงานของเรา จะถูกจัดอยู่ในส่วนที่แยกออกมาต่างหาก ถ้าหากไม่มี เปิดการใช้งานที่ Menu > Window > Tool ใช้งานร่วมกับ Menu Tools Option Bar
(อยู่ด้านล่างของ เมนูบาร์) จะเป็นส่วนปรับแต่งในราบละเอียดต่างๆของ
เครื่องมือที่เลือกใช้ ผมจะค่อยๆแนะนำในส่วนที่จะใช้ไปเรื่อยๆ
ส่วนไหนที่ยังไม่ได้แนะนำ ก็ลองใช้ดูเล่นๆไปก่อนก็ได้ครับ
Marquee Tools

เป็น
กลุ่มเครื่องมือสำหรับเลือกส่วนที่ต้องการ การใช้งานคือ
เลือกรูปทรงที่ต้องการ ลากคุมส่วนที่ต้องการ บริเวณที่เป็นจุดไข่ปลา
จะถูกเลือกให้พร้อมที่จะรับคำสั่งอื่นๆต่อไป การยกเลิก กดที่ไหนก็ได้ในงาน
1 ครั้ง
การวาด และ ลบ

ที่ Tools Box คลิกที่เครื่องมือ Brush Tool ใช้เพื่อการวาดภาพ ถ้าคลิกค้างจะสามารถเลือกเปลี่ยนเป็น Pencil Tool
ได้ด้วย สามารถเลือกสีโดยคลิกที่ แท็บ Switch
คลิกที่สีเพื่อเปลี่ยนสีตามต้องการ สามารถเปลี่ยนขนาดได้โดย
คลิกขวาที่ไฟล์งาน เลือกปรับแต่งขนาดตามต้องการ

ส่วนการลบ เลือกที่ Eraser Tool แล้วไปใช้ในส่วนที่ต้องการลบ สามารถปรับขนาดได้ เหมือนกับ Brush Tool ถ้าเลือกที่ BackGround Eraser Tool จะเป็นการเลือกลบในส่วน แบ็กกราวนด์ ที่ไม่ต้องการออกจากรูป ถ้าเลือกในส่วน Magic Eraser Tool จะทำการลบสีที่ต่อเนื่องกับสีที่เราเลือกไว้ทั้งผืน
Paint

คือการลงสี หลังจากเลือกสีที่ต้องการแล้ว ก็เลือกเครื่องมือนี้ ไปที่ๆต้องการจะเติมสี แล้วก็คลิก
การใช้ Move Tool

Move Tool
คือ เครื่องมือเพื่อการเคลื่อนย้ายตำแหน่ง เรียกใช้งานได้ที่ Tools Box
ที่ เครื่องหมาย ลูกศรและมีเครื่องหมายทิศทางอยู่
ใช้โดยการใช้เม้าส์ลากไปตำแหน่งที่ต้องการ (หรือใช้ปุ่มลูกศรแทนก็ได้)
ถ้าทำเครื่องหมายถูกที่ Show Bounding Box
ของ Tools Option (อยู่ด้านล่างของ เมนูบาร์) ยังสามารถ ขยาย-ย่อ
ขนาดรูปได้อีกด้วย โดยการลากที่บริเวณขอบของไฟล์ ปรับขนาดได้ตามต้องการ
ถ้าหากต้องการให้สัดส่วนคงที่ กด Shift ค้าง แล้วลากที่บริเวณมุมของไฟล์
นอกจากนี้ยังสามารถหมุนทิศทางของไฟล์ได้อีกด้วย
โดยการเลื่อนเม้าส์ไปบริเวณด้านข้างของไฟล์
จนลูกศรของเม้าส์เปลี่ยนเป็นเส้นทิศทางแบบโค้ง
ก็ใช้เม้าส์ลากไปตามทิศทางที่ต้องการได้ หรือเรียกการใช้งานได้ที่ Edit > Free transform ก็ได้

Zoom Tool

มีให้ใช้ทั้ง ซูมอิน และ ซูมเอ้าท์ เลือกได้ที่ Tool Option Bar ครับ แต่ให้ง่ายคือ กด < Ctrl + Space Bar> เพื่อ ZOOM IN แล้วก็กด < Ctrl + Shift + Space Bar> เพื่อ ZOOM OUT
Lasso Tools

เป็นเครื่องมือสำหรับเลือกบางส่วนของภาพที่ต้องการ อันแรกคือการลากตามส่วนที่ต้องการ (ต้องอาศัยฝีมือกันหน่อยแหละ) อันที่ 2 คือใช้คลิก โดยระหว่างจุดทีเลือกจะเป็นเส้นตรง (อันนี้ง่ายหน่อย คลิกถี่ๆหน่อย ก็เป็นโค้งได้) อันที่ 3
อันนี้จะเลือกจากความแตกต่างของสีให้โดยอัตโนมัติ
โดยคอยสร้างจุดที่กำหนดไว้ได้เอง(บางทีก็เซ่ออีก) อันแรกนี่เริ่มแล้ว
ปล่อยคลิกเมื่อไหร่ มันจะวิ่งไปหาจุดเริ่มต้นทันทีนะครับ ส่วนอีก 2 อัน
ค่อยๆคลิกได้ อันไหนผิด กด Delete เพื่อลบจุดที่กำหนดไว้ได้ครับ
Crop

Crop
เป็นเครื่องมือสำหรับเลือกตัดเฉพาะส่วนที่ต้องการ วิธีใช้คือ
เมื่อเลือกเครื่องมือนี้แล้วก็กำหนดจุดเริ่มต้น
จากนั้นก็ลากจนคลุมส่วนที่เราต้องการ จะได้ลักษณะเป็นรูป สี่เหลี่ยม
ดับเบิ้ลคลิก ก็จะได้รูปที่ต้องการ
Mask / Standard

Quick Mask / Standard
เป็นเครื่องมือสำหรับเลือกส่วนที่ต้องการปกป้อง ไม่ให้ถูกแก้ไข
ในขณะที่เราทำงาน
แต่ก็สามารถใช้เป็นเครื่องมือช่วยเลือกส่วนที่เราต้องการทำงานได้
การใช้งาน คลิกที่ Quick Mask Mode จากนั้นใช้เครื่องมือ Brush กำหนดจุดที่เราต้องการ ถ้าคลุมพื้นที่กว้างๆ อาจใช้ Paint ช่วยในการลง เมื่อครบแล้ว คลิกที่ Edit in Standard Mode จะเห็นว่า ส่วนที่เราลงสีไว้ จะถูกปกป้อง การทำงานกับภาพ จะไม่ถูกทำในส่วนนี้ได้ แต่ถ้าหากต้องการใช้เป็นส่วนที่ทำงาน ก็สั่งได้ที่ Select > Inverse หรือกด ตอนนี้เราก็สามารถทำงานในส่วนที่เลือก โดยส่วนที่ไม่ถูกเลือกจะถูกปกป้องไว้
Blur Tool Group

กลุ่มนี้เป็นเครื่องมือสำหรับตกแต่งภาพ Blur คือการทำภาพให้เบลอ (แปลได้ตรงเผงเลย) Sharpen คือการทำภาพให้คมชัดขึ้น (ความจริงคือ มันจะไปแก้สีให้แสดงเด่นชัด ไม่ตุ่นหน่ะ ไม่ได้แก้จริงหรอก) Smudge คือการทำให้ภาพดูเหมือนเคลื่อนไหว ใช้มากๆภาพจะเบลอนะครับ
การใช้งานคือ คลิก แล้วลาก สามารถปรับขนาดโดย คลิกขวา เหมือน Brush Tool ส่วนออฟชั่นอื่นๆ ปรับได้ที่ Tool Option Bar
Stamp / Healing Group

ขอเอาเครื่องมือ 2 กลุ่มมาแนะนำพร้อมๆกัน เนื่องจากใช้งานคล้ายๆกัน Clone
คือการก้อปปี้บริเวณที่เลือก ไปวางทับส่วนที่ต้องการ ใช้งานโดยเลือก กด
Alt ค้างไว้ แล้วเลือกบริเวณที่ต้องการจะ โคลน กดคลิกซ้ายค้าง
แล้วลากเม้าส์ไปบริเวณที่เราต้องการจะโคลนทับ ปล่อย ALT
ลากเม้าส์ทับส่วนที่ต้องการ ส่วน Pattern คือการเลือกจากส่วนที่สร้างไว้แล้วไปวางทับแทน

ส่วน Healing Brush
การใช้งานเหมือน Clone แต่จะมีการเกลี่ยสี ให้ใกล้เคียงกับบริเวณใกล้เคียง
Patch คือการสร้างส่วนที่ต้องการจะวางทับ โดยกำหนดบริเวณที่ต้องการ
แล้วเลือกโดยใช้เม้าส์ลากไปเลือกส่วนที่ต้องการทับ (ผมว่า เครื่องมือนี้
น่าจะเอาไว้ซ่อมรูปภาพที่ชำรุดนะ) อันสุดท้ายนี้ไว้เปลี่ยนสี
ของจุดที่ต้องการ กับสีที่ได้เลือกไว้ มีใน CS นะครับ
Jump to ... หรือ Edit in...

Jump
คือ การเปลี่ยนการทำงานไปมาระหว่างโปรแกรม โฟโต้ ชอป และ อิมเมจ เรดดี้
เป็นสวิทช์ส่งงานไปอีกโปรแกรม เพื่อการแก้ไขงาน
ทำให้ง่ายต่อการแก้ไขในส่วนที่ต้องการ
Preview in Default Browser... (Image Ready)

Preview in Default Browser คือทดสอบงานที่เราสร้างขึ้นใน เว็บบราวน์เซอร์ ที่เรากำหนดไว้ โดยปกติจะถูกกำหนดไว้โดย Internet Explorer เพื่อดูว่างานที่เราสร้างขึ้นมา เมื่อแสดงผลบนเน็ตแล้วเป็นอย่างไร
เครื่องมือส่วน TAB
ส่วน
นี้ส่วนมากมักเป็นกลุ่มการทำงานร่วมกับเครื่องมือในส่วน Tool Box
และเกี่ยวกับการทำงานในส่วนของงานของเรา เปิดเรียกใช้ส่วนที่ต้องการได้จาก
Menu Bar > Window > ทำเครื่องหมายภูก ที่เครื่องมือที่ต้องการใช้
และเอาเครื่องหมายถูกออก ในส่วนของเครื่องมือที่ไม่ต้องการ
มักจะอยู่ทางด้านขวาของหน้า หรือ บางส่วนก็จะอยู่ที่ด้านบน เมื่อคลิกที่
Tab ก็จะเปิดส่วนดังกล่าวให้ใช้งาน
การใช้ History

History
คือส่วนทีใช้เก็บการทำงานแต่ละขั้นตอนของเรา คลิกที่ แท็บ History
เลือกถอยหลังกลับไปที่การทำงานที่ต้องการไปมาได้
ใช้เพื่อแก้ไขการทำงานที่ผิดพลาด
รู้จักกับการทำงานกับ เลเยอร์ (Layers)
ต่อ
มาก็มารู้จักกับเลเยอร์กัน เลเยอร์ เปรียบเหมือนแผ่นใส
ที่สามารถแยกออกจากกันในการทำงาน และสามารถนำมารวมกัน เพื่อการแสดงผล
สามารถวางทับซ้อนกัน สลับสับเปลี่ยนให้งานไหนอยู่บน - ล่าง
โดยการคลิกซ้ายค้าง ลากงานขึ้น - ลง ตามการแสดงผล งานที่อยู่เหนือกว่า
จะแสดงผลทับงานที่อยู่ล่างเสมอ
เมื่อสร้างงานแล้ว จะมีหน้าต่างแสดงเลเยอร์แสดงอยู่ ถ้าไม่มีไปที่ เมนูบาร์ > Window > ทำเครื่องหมายถูกหน้า Layers จากนั้นดูที่แท็บเครื่องมือ คลิกที่แท็บ Layers ก็จะเห็นเลเยอร์งานที่ทำอยู่
การสร้างเลเยอร์เพิ่ม ที่ด้านล่างของส่วนเลเยอร์ คลิกที่เครื่องหมายสัญญลักษณ์ สี่เหลี่ยมพับมุม
ถ้าต้องการจะก้อปปี้เลเยอร์ ให้คลิกซ้ายค้างที่เลเยอร์ที่ต้องการ ลากไปที่
สัญญลักษณ์ สี่เหลี่ยมพับมุม ส่วนการลบ
ก็ใช้การลากเลเยอร์ที่ไม่ต้องการไปที่ สัญญลักษณ์ ถังขยะ

Opacity (ลดความเข้มของภาพลง)

ใน
ส่วนของ เลเยอร์ มีเครื่องมือตัวนี้มาให้เพื่อช่วยลดความเข้มของภาพลง
ทำให้ภาพดูใสในเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำๆ หรือในบางครั้ง
ใช้เพื่อทำให้ภาพดูซอฟท์ลง ไม่ให้ดูแข็งเกินไป
Swatches (เครื่องมือช่วยเลือกสี)

Swatches เป็นเครื่องมือช่วยเลือกสี ใช้ได้กับการวาด และการลงสี การใช้งานง้าย...ง่าย อยากได้สีไหน ก็คลิกเลย
Optimize (Image Ready)
เป็น
ส่วนในการปรับแต่งเพื่อการแสดงผลและเซฟงาน ในที่นี้เราจะเลือกเป็น *.gif
อย่างเดียวนะครับ เนื่องจากไฟล์ภาพอื่นๆ
ไม่สามารถแสดงในลักษณะเคลื่อนไหวได้

งาน
งานที่ผมจะแนะนำให้เริ่มทำ ขอเริ่มจากไฟล์ที่เราเขียนขึ้นเองก่อน แล้วจะแนะนำงานที่สร้างขึ้นจากภาพอื่นๆ ต่อไปนะครับ
งานที่ทำจากภาพที่วาดขึ้นเอง
เริ่ม
แนะนำจากงานที่สร้างจากภาพเพียงภาพเดียวภายในเลเยอร์ก่อนนะครับ
เรียกได้ว่าพื้นฐานที่สุด
แล้วจะค่อยๆเพิ่มงานที่ต้องทำในหลายๆขั้นตอนภายในต่อๆไปนะครับ
ภาพ
ที่วาดขึ้นจาก โฟโต้ ชอป โดยใช้เม้าส์จะค่อนข้างยากซะหน่อย
ถ้ารู้เทคนิคจะง่ายขึ้นครับ นั่นคืออาศัย เลเยอร์ เข้าช่วย คือ
เราร่างแบบคร่าวๆก่อนที่จะทำงานจริง จากนั้นใช้ฟังก์ชั่น Opacity
เพื่อลดความเข้มลง แล้วสร้างเลเยอร์ใหม่ทับ เขียนในเลเยอร์ใหม่
แล้วเลือกใช้เลเยอร์ที่ต้องการ (ที่จริงมันก็มีเครื่องมือช่วยวาดเหมือนกัน
แต่ผมใช้แล้วปวดหัวครับยิ่งใช้ยิ่งยาก เลยขอไปหัดใช้ก่อน
เป็นแล้วจะมาสอนครับ)
Basic

เริ่มแนะนำงานจากภาพเดี่ยว เลเยอร์เดี่ยวก่อนนะครับ
เปิด
โปรแกรม PhotShop สร้างงานใหม่ (New) กำหนดพื้นที่ 150 X 150 pixels
เลือกพื้นแบบใส เลือกเครื่องมึอ Pencil Tool กำหนดขนาดเป็น 50 pixels คลิก
1 ครั้งที่มุมซ้ายล่างของงาน เสร็จแล้ว ง่ายไหมครับ
จากนั้น Jump ไป อิมเมจ เรดดี้ เปิดส่วน Optimize
ขึ้นมา เซ็ตให้เป็น GIF (ถ้าส่วน Optimize ไม่ได้สั่งให้แสดง เปิดได้ที่
Window > Optimize) ที่ส่วน Animation จะเห็นจุดแดงของเรา (ถ้าไม่มี
เปิดได้จาก Window > Animation) ไปที่ด้านล่างๆของ Animation จะเห็นสัญญลักษณ์ สี่เหลี่ยมพับมุม กด 1 ครั้ง เพื่อสร้าง เฟรมใหม่ ขึ้นมา ไปเลือกที่เครื่องมือ Move Tool
จากนั้นกดที่แป้น ลูกศร เพื่อเคลื่อนย้ายจุดแดงตามต้องการ กดที่สัญลักษณ์
สี่เหลี่ยมพับมุม สร้างอีกเฟรม ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนครบตามต้องการ
ส่วนถ้าเฟรมไหนที่เราไม่ต้องการ ลบได้โดยการ ลากเฟรมที่ไม่ต้องไปที่
สัญญลักษณ์ถังขยะ
จากนั้น ไปที่ด้าน ล่าง-ซ้าย ของส่วน Animation จะมีส่วนให้เลือกว่า จะให้แสดงภาพในลักษณะใด (Looping) ถ้าเลือก Forever คือการแสดงภาพแบบชนิดที่แสดงภาพแบบวนไปเรื่อยๆ, Once คือการแสดงแบบเที่ยวเดียว หรือ เลือกเองว่าจะให้แสดงกี่รอบก็ได้ที่ Other
ที่แต่ละเฟรมของเรา ด้านล่างจะเห็นส่วนที่ สามารถกำหนดเวลา (Delay) ได้ด้วยว่าเฟรมไหนต้องการให้แสดงเวลาเท่าไหร่ เลือกได้เป็นเฟรมๆ ถ้าจะเลือกในหลายๆเฟรมที่ต่อกัน คลิกที่เฟรมแรก และกด Shift ค้างไว้ คลิกที่เฟรมสุดท้าย จะสามารถเลือกเวลาในทุกเฟรมที่เลือกไว้พร้อมๆกัน
ที่ด้านล่างของ Animation ยังมีเครื่องมือ Tween
คือ การสร้างภาพแบบต่อเนื่อง หากต้องการใช้ คลิกเลือก เฟรมที่ต้องการ
แล้วกดที่ Tween จะเห็นหน้าต่างว่าต้องการให้สร้างเฟรมไปยังตำแหน่งใด Next คือ เฟรมต่อไป, Previous คือ เฟรมก่อนหน้า และ First
คือ กลับไปที่เฟรมแรก ส่วนต่อมาคือกำหนดว่าจะให้สร้างเป็นจำนวนกี่เฟรม
เลือกได้จากช่องตัวเลข และสามารถเลือกว่า คำสั่งมีผลในทุกเลเยอร์ หรือ
เฉพาะเลเยอร์ที่เลือกไว้ ในส่วนล่างสุด
กำหนดได้ว่ามีผลกับงานในด้านใดได้อีกด้วย
หลังจากสร้างงานเสร็จแล้ว บางครั้งอาจไม่พอใจในขนาดของรูป ถ้าหากรูปที่ได้มีพื้นที่ว่าง ไม่มีส่วนของรูปเลย เราก็อาจใช้เครื่องมือ Corp เพื่อเลือกแต่ส่วนที่มีงานออกมาได้ หรือภาพมีขนาดที่เราไม่พอใจก็คลิกที่ Menu > Image > Image Size... ปรับเอาตามต้องการ
เราจะทดสอบงานที่สร้างได้ที่ปุ่ม Play
ไม่พอใจแก้ได้ในเฟรมที่ต้องการจนพอใจ จากนั้นก็ถึงขั้นตอน เซฟงาน ไปที่
Menu > File ถ้าสั่งเซฟ ธรรมดา (Save) จะเซฟไฟล์เป็น *.psd
ซึ่งเป็นไฟล์ของ Photoshop สามารถกลับมาแก้ได้ทุกเมื่อ
และถ้าหากต้องการเซฟเป็นไฟล์ *.gif ต้องเลือกเซฟที่ Save Optimized As ... เลือกเป็น Image Only...(*.gif)
หรือ ตอนที่ต้องการทดสอบงาน เลือกทดสอบที่ Preview in Default Browser...
ถ้าหากพอใจงานที่ทำก็คลิกขวาสั่ง Save Picture As...
ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
งานจากหลายภาพ เลเยอร์เดี่ยว (ลูกชิ้น)
ต่อ
ด้วยการสร้างภาพจากภาพหลายๆภาพ เริ่มโดย ต้องวางแผนล่วงหน้าก่อน
ว่าต้องการภาพแบบไหน ในตอนนี้ผมต้องการสร้างภาพ ลูกชิ้นกระโดด
(กรุณาจินตนาการว่าเป็น ลูกชิ้น ประกอบด้วย) เราจะเริ่มกันที่ PhotoShop
นะครับ เปิดงานใหม่ขึ้นมา เอาซัก 200 X 200 ก็ได้ (ไม่แน่ใจในฝีมือ
สร้างรูปคร่าวๆในเลเยอร์ก่อน รูปจริงสร้างในเลเยอร์ใหม่อีกอัน
เดี๋ยวค่อยปิดทิ้งก็ได้) ถ้าหากวาดแล้วไม่ชอบ ใช้ Edit > Step Backward เพื่อวาดใหม่ จากนั้นก็ลงมือวาดลูกชิ้นในจังหวะกระโดดก่อน เลือกสี และ ลงสี ได้ที่ Swatches
คลิกที่ชื่อไฟล์ที่เลเยอร์ ตั้งชื่อว่า mid ครับ (รูปลูกชิ้นยาว)
จากนั้นก็สร้างเลเยอร์ใหม่ขึ้นมา เขียนรูปลูกชิ้นกลม ตั้งชื่อเป็น top
แล้วก็สร้างเลเยอร์ลูกชิ้นแบบแบน ตั้งชื่อว่า bot ครับ เสร็จแล้ว
Jump ไป Image Ready เปิดเลเยอร์ mid และปิดเลเยอร์อื่นๆก่อนครับ ขยับรูปไปที่ด้านล่างด้วย Move Tool ที่ส่วน Animation
สร้างเฟรมใหม่ แล้วใช้ Move Tool ส่งรูปไปด้านบน สร้างสัก 2 - 3
เฟรมตามชอบ ให้ค่อยๆเคลื่อน ไปด้านบน ใช้เครื่องมือ Tween ช่วยก็ได้ครับ
(ไม่เป็น กลับไปอ่านที่ เบสิก เลย) สร้างเฟรมใหม่ เปลี่ยนรูปเป็น top
โดยคลิกเปิดรูปตา เลื่อนรูปไปให้ต่อเนื่องกับเฟรมที่แล้ว ปิดเลเยอร์ mid
สร้างเฟรมใหม่ ใช้ Move Tool เลื่อนไปที่ด้านล่าง
สร้างจำนวนเฟรมให้เท่ากับตอนขึ้น จากนั้นเข้าสู่ท่าลงพื้น ฮ่าๆๆๆๆๆ
ก็สร้างเฟรมใหม่ เปิดเลเยอร์ bot เลื่อนไปให้ต่อเนื่องกับรูปสุดท้าย
ปิดเลเยอร์ top เสร็จแล้วครับ หมูจริงๆ ทดสอบ แก้ไข แล้วเซฟตามอัธยาศัยครับ
ภาพที่ใช้เป็นตัวอย่าง ผมทำให้สวยๆก็ได้ครับ แต่แกล้งทำแบบง่ายๆ เดี๋ยวคุณๆจะไม่กล้าทำตาม อิอิอิ (ขี้โม้จริงๆเลย) ถ้าทำไม่ได้

งานจากหลายภาพ หลายเลเยอร์
เล
เยอร์ที่แสดงใน โฟโต้ ชอป จะแสดงโดย เลเยอร์บนทับเลเยอร์ล่าง
ส่วนการสร้างงาน เมื่อเราสั่งสร้างเลเยอร์ใหม่
เลเยอร์ใหม่จะอยู่บนเลเยอร์เก่าเสมอ ดังนั้น การสร้างงานจึงควรเริ่มจากภาพ
แบ็กกราวนด์ ไปสู่ภาพ โฟร์กราวนด์ แต่ไม่ต้องกังวลไป
เนื่องจากเราสามารถลากเลเยอร์ขึ้นลงได้อย่างอิสระอยู่แล้ว
แต่ถ้าทำตามลำดับ เราจะไม่เกิดการสับสนกับเลเยอร์ที่สร้างขึ้น

งาน
ที่ผมจะทำต่อไปคือ ภาพสุนัขแลบลิ้น เริ่มงานโดยสร้างตัวก่อน
แล้วสร้างเลเยอร์ใหม่ จากนั้นก่อนที่จะสร้างใบหน้าผมจะสร้างภาพลิ้นก่อน
เพราะลิ้นจะถูกหน้าทับอยู่อีกชั้น เนื่องจากภาพลิ้นจะมีการเคลื่อนที่ ขึ้น
- ลง ดังนั้น ผมจะสร้างภาพลิ้นที่ยาวกว่าที่เห็น
จากนั้นสร้างภาพหน้าสุนัขในอีกเลเยอร์
ต่อมาถ้าต้องการให้ตาสามารถเคลื่อนไหวได้
ก็สร้างส่วนตาเลเยอร์ใหม่ทับซะด้วย
Jump ไป อิมเมจ เรดดี้
ที่เลเยอร์เปิดส่วนที่ต้องการแสดง (มีรูปตาแสดง)
และเลือกเลเยอร์ส่วนทึ่ต้องการให้เคลื่อนไหว (จะกลายเป็นสีเข้ม
และมีรูปพู่กันแสดงอยู่) คลิกที่เครื่องมือ Move Tool จากนั้นไปที่ส่วน
Animation สร้างเฟรมใหม่ ดูว่าที่ Move Tool ถูกสั่งใช้งาน ใช้ปุ่มลูกศร
เพื่อสร้างการเคลื่อนไหว ถ้าต้องแค่แลบลิ้น ก็เสร็จแล้วครับ
เลือกจังหวะเวลาที่ชอบ แล้วเซฟ แต่ถ้าต้องการการเคลื่อนไหวเพิ่ม
ก็สร้างเฟรมใหม่ เปลี่ยนการเคลื่อนไหว เปิด + ปิด เลเยอร์ตามต้องการ
ด้วยวิธีอย่างข้างต้นไปเรื่อยๆ ทดสอบงาน พอใจก็เซฟ
งานที่ทำเสร็จ
แล้ว ผมได้เพิ่มเฟรม, รูป และการเคลื่อนไหว ลงไปอีกครับ (รูปนี้
เคยเอาไปโพสต์ที่ ไทยแวร์ แล้วครับ ไม่ต้องประหลาดใจถ้ารู้สึกคุ้นๆ)
ถ้าต้องการเพิ่มรูป ต้อง Jump กลับไป โฟโต้ ชอป สร้างเลเยอร์ใหม่
แล้วก็สร้างรูปเพิ่มเท่าที่ต้องการ เพิ่มเสร็จแล้วก่อนจะ Jump ไปอิมเมจ
เรดดี้ ควรจะปิดการแสดง (ปิดตา) เพื่อไม่ให้ไปรบกวนงานเก่าที่เราทำไว้แล้ว
แล้วค่อยไปเปิดตาในเฟรมที่ต้องการ

ลองสร้างการ์ตูนกันเลยดีกว่า
เคย
เห็นการ์ตูนไหมครับ เราก็ทำเองได้นะ แค่ใช้เทคนิคข้างบน
และคุณสามารถเขียนรูปได้สวยๆ คุณก็สามารถสร้างการ์ตูนของคุณได้แล้ว
ผมได้ลองทำดูแล้วครับ แต่ฝีมือวาดรูปผมมันห่วย เลยทำได้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่
(ชมได้ ห้ามวิจารณ์)
เทคนิคที่จะแนะนำเพิ่มเติม คือ
- การสร้างรูปใน เลเยอร์กลับด้าน ก้อปปี้เลเยอร์ที่ต้องการใช้ แล้วไปที่ Menu > Edit > Transform > Flip Canvas Horizontal หรือ อื่นๆที่ต้องการ
- การขยายรูปโดย Free Transform
จะมีอัตราส่วนเป็น เปอร์เซ็นต์แสดงอยู่ที่ Tool Option Bar
(อยู่ด้านล่างของ Menu Bar) ถ้าคุณขยายหลายๆเลเยอร์
ใช้อัตราส่วนเดียวกันได้ที่นี่
- สร้างเลเยอร์งานเก่าเพียงบางส่วน แนะนำให้ใช้เครื่องมือ Lasso Tool กำหนดส่วนที่ต้องการ เมื่อได้ส่วนที่เลือกแล้ว กด เพื่อก้อปปี้แล้วกด เพื่อ
วาง (เช่น จาก - ภาพการ์ตูนที่ผมสร้างขึ้น แบ็กกราวนด์คือ
ส่วนพื้นและกำแพงมีรู หนูจะไม่ยอมวิ่งเข้ารู
ต้องสร้างเลเยอร์กำแพงครึ่งอันใหม่นี้ขึ้นมา เพื่อให้ทับรูปหนู
เมื่อวางแล้ว ต้องลากเลเยอร์นี้ขึ้นให้สูงกว่ารูปหนูนะครับ)
- การทำงานกับเลเยอร์หลายๆเลเยอร์พร้อมๆกัน เช่น การเคลื่อนที่ของเลเยอร์แบบเป็นกลุ่ม ใช้ Links ช่วยได้ การใช้งานคือ คลิกที่กล่องสี่เหลี่ยม ข้างๆสัญญลักษณ์รูปตา จะมีเครื่องหมายโซ่ปรากฏ เพิ่มหรือลบลิ้งค์ที่ต้องการได้ตลอดเวลา
งานจากไฟล์ภาพนิ่ง
บาง
ครั้งไปเจอภาพที่ถูกใจ เอามาทำเป็นอนิเมชั่นเล่นก็ได้ครับ โฟโต้ ชอป
มีเครื่องมือใช้ตกแต่งรูปเยอะแยะ
เราก็เอาเครื่องมือนั้นมาช่วยสร้างความแตกต่างระหว่างรูป
แล้วเอามาใช้ทำอนิเมชั่นอีกที ผมได้ลองใช้อยู่ 2 - 3 ตัว เลยเอามาแนะนำกัน
ถ้าคุณว่างๆ ก็ลองใช้เครื่องมืออื่นดูนะครับ
ก่อนอื่นเลย เพื่อเป็นการปกป้องภาพต้นฉบับ เมื่อคุณเปิดภาพแล้ว ให้กด และกด แล้วกด เพื่อ
เป็นการก้อปปี้ > สร้างงานใหม่ > วาง ตามลำดับ ไฟล์ต้นฉบับ
ปิดทิ้งไปเลยครับ ควรจะทำทุกครั้งที่ทำงานกับไฟล์ภาพด้วยนะครับ
ทีนี้บรรเลงเต็มที่ ไม่ต้องกลัวไฟล์เก่าพัง หลังจากนี้ผมจะข้ามขั้นตอนนี้
ถือว่าเราได้ตกลงกันแล้วนะครับ
สร้างการเคลื่อนไหวด้วย Smudge
Smudge
เป็นเครื่องมือที่ทำให้ถาพดูเป็นภาพเคลื่อนไหว ผมเลยลองเอามาทำให้ภาพนิ่ง
กลายเป็นภาพเคลื่อนไหว โดยให้ภาพจาก Smudge 2 รูป
(รูปตัวอย่างเริ่มแสดงความเป็นโรคจิตหน่อยๆแล้ว อิอิอิ)
เริ่มที่
หลังจากทำการสร้างไฟล์ภาพจากไฟล์ต้นฉบับ เราจะทำงานบนไฟล์ที่สร้างใหม่กัน
เริ่มคือ ก้อปปี้เลเยอร์ใหม่อีก 2 เลเยอร์ ตั้งชื่อว่า left และ right
ที่เลเยอร์ right ใช้เครื่องมือ Mask เลือก Brush ควรเลือกแบบขอบเบลอ
ระบายสีลงบนส่วนที่เราจะต้องการให้เคลื่อนไหวให้ครบ
ในที่นี้คือรูปน้องกระต่าย และบางส่วนของน้องหนู เมื่อครบแล้ว
กดที่เครื่องมือ Standard ข้างๆ Mask นั่นแหละ
ที่ภาพเราจะเห็นว่า
กลายเป็นจุดไข่ปลากระพริบที่ส่วนที่เราระบายสีไว้จนถึงขอบเฟรม นั่นคือ
เราได้เลือกส่วนที่จะปกป้องไว้เรียบร้อยแล้ว จากนั้นสั่ง Menu > Select > inverse หรือกด เพื่อสลับเป็นเลือกน้องกระต่าย ตอนนี้จะกลายเป็นจุดไข่ปลาล้อมน้องกระต่ายอย่างเดียว ซึ่งเป็นส่วนที่เราต้องการทำงาน
ไปที่ Blur > Smudge
ตอนนี้จุดไข่ปลาต้องแสดงอยู่นะครับ จากนั้นคลิกขวา เลือกขนาด แปรง
เอาให้ใหญ่คุมได้ทั้งหมดของส่วนที่เลือกเลย เลือกเลเยอร์บน left
คลิกแล้วลากไปซ้ายนิดเดียวนะครับ แล้วก็เลือกทำกับ right
แต่ลากไปทางขวานิดเดียวเหมือนกัน (ถ้าลากเยอะ จะกลายเป็นมัว
ดูไม่รู้เรื่องครับ)
Jump ไปอิมเมจ เรดดี้ สร้างเฟรม 2 เฟรม เลือกโชว์ left - right อย่างละเฟรม กำหนดเวลา ทดลอง พอใจก็เซฟ เสร็จแล้ว
งานที่ผมทำ ได้ลองเพิ่มเลเยอร์หลับตาขึ้นมาอีกอัน โดยก้อปปี้ไฟล์ต้นฉบับก่อนครับ จากนั้นไปแก้ที่ตาให้หลับ ด้วยเครื่องมือ Clone Stamp Tool และใช้เครื่องมือ Lasso เลือกเฉพาะ ส่วนบริเวณตา กด แล้วกด จะได้เลเยอร์ตาขึ้นมาอีกอัน ลากไปไว้บนสุด แล้วปิดเลเยอร์ทั้งหมดก่อนครับ แล้วค่อย Jump ไป อิมเมจ เรดดี้
เลือก
เปิดเลเยอร์ left ก้อปปี้เฟรมซัก 12 เฟรม จากนั้น เลือกเปิดเฟรม right
สลับ ตอนนี้อยากให้หลับตาเฟรมไหนบ้าง ก็เลือกเอาได้แล้วครับ เลือกเวลา
ทดสอบ เซฟ เสร็จแล้ว
** ข้อสังเกต เปรียบเทียบระหว่าง 2 ภาพที่ผมทำขึ้น จะเห็นว่า ภาพที่มีจำนวนเฟรมเยอะๆ ชนาดไฟล์ก็จะใหญ่ขึ้นด้วย
สร้างการเคลื่อนไหวด้วย Transform

จาก
ไฟล์ต้นฉบับ รูปแมวตาแป๋ว (จากของคุณ kalumpok ในไทยแวร์
เนื่องจากเคยทำไว้ เลยเอามาเป็นตัวอย่าง เพราะขี้เกียจทำอันใหม่ ฮ่าๆๆๆ)
เพียงรูปเดียวเอามาสร้างการเคลื่อนไหวด้วย Edit > Transform > ... ในที่นี้ผมทำด้วย Perspective นะครับ เพื่อจะทำให้ดูเหมือนแมวหัน ซ้าย และ ขวา
เมื่อ
ได้สร้างรูปจากไฟล์ต้นฉบับมาแล้ว ก็ก้อปปี้เลเยอร์ออกมาเลยครับ
แล้วปิดเลเยอร์ต้นฉบับก่อน เราจะเอาแต่ส่วนหัวแมวออกมาก่อนเลย
ใช้เครื่องมือที่สามารถตัดรูปออกมาได้ ถ้าใช้ไม่เป็นเลยผมขอแนะนำ ยางลบ (Eraser Tool)
ครับ ปรับขนาดให้เหมาะสมแล้วค่อยๆลบ ในพื้นที่เล็กๆ ใช้ขนาดเล็ก
ให้เหลือแต่ส่วนหัวแมว ตั้งชื่อเป็น head std จากนั้น ก้อปปี้
เลเยอร์หัวแมว (haed std) ออกมาอีกเท่าที่ต้องการในการขยับ ขยับ 2 แบบก็ 2
อัน ปิดเลเยอร์หัวอื่นให้หมดก่อนเหลือก้อปปี้ไว้แค่ 1 อัน แล้วก็ไปที่ Edit > Transform > Perspective
จัดการให้หันไปซ้าย จากนั้นก็ตั้งชื่อว่า head left แล้วก็ปิดไป
เปิดเลเยอร์ก้อปปี้ อีกอันขึ้นมา ทำแบบเดิม แต่ให้หันไปทางขวา
และตั้งชื่อว่า head right ทำให้ครบทุกหัวเท่าที่ต้องการครับ
ตอนนี้ส่วนหัวแมวก็เสร็จหมดแล้ว ปิดเลเยอร์หัวแมวทั้งหมดไปก่อนครับ
จาก
นั้นเรามาทำ แบ็กกราวนด์ กัน (ในที่นี้ส่วนตัวแมว ผมไม่ต้องการให้ขยับ
เลยสร้างแค่เลเยอร์เดียวนะครับ ถ้าคุณต้องการให้ตัวแมวขยับ
ก็ทำแบบส่วนหัวแมวนั่นแหละครับ โดยสร้างเลเยอร์เพิ่มขึ้นมา)
ก้อปปี้เลเยอร์ต้นฉบับมา แล้วก็ลบส่วนหัวแมวออก
โดยใช้เครื่องมือประเภทที่ใช้ซ่อมแซมรูปภาพ Stamp / Healing ลบส่วนหัวแมวออก ปรับแต่งเพิ่มเติมได้ด้วย เครื่องมืออื่นๆให้ดูแนบเนียน เช่น Blur ก็ได้ครับ
Jump ไป อิมเมจเรดดี้ เลือกเปิด แบ็กกราวนด์ และส่วนหัวทีละส่วน ในแต่ละเฟรม ตามต้องการ เสร็จแล้ว ง่ายไหมครับ

สร้างการเคลื่อนไหว ด้วยการใช้รูปหลายๆรูป

งาน
นี้ง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆ คือการเอารูปเคลื่อนไหวทีละเฟรม เอามาเรียงต่อกัน
จากนั้นสั่งเปิดทีละเฟรม แค่นี้ก็ดูเหมือนภาพเคลื่อนไหวแล้วครับ
ไฟล์ที่ได้ จะเอามาจากกล้องดิจิตอล
หรือจากการจับจอภาพด้วยโปรแกรมต่างๆก็ได้
หรือแม้แต่จากอินเตอร์เน็ตก็ได้ครับ
การเริ่มต้นคือ เปิดโปรแกรม
สั่ง New เลือกพื้นที่เผื่อไว้ซักหน่อย จากนั้นเปิดรูปที่ต้องการทั้งหมด
ค่อยๆลากมาวางทีละเลเยอร์ ขยับ + ปรับขนาด + ทิศทาง
ให้สอดคล้องต่อเนื่องกัน Jump ไป อิมเมจเรดดี้ สร้างเฟรม เปิด /
ปิดเลเยอร์ตามลำดับ จากนั้นทดสอบดูว่าภาพที่ได้ตรงความต้องการหรือยัง
ถ้าตรงแล้ว ใช้เครื่องมือ Crop ตัดรูปให้ได้ตามต้องการ
สั่งปรับขนาดรูปตามต้องการ เสร็จจ้า ...

Font
Font
หรือ การใช้ตัวอักษร ในการทำ อนิเมชั่น
ใช้บ่อยๆในการสร้างแบนเนอร์,ชื่อ,เมนู หรือวางไว้เพื่อสร้างความน่าสนใจ
การสร้าง ถ้าจะว่าง่ายก็ง่าย แต่สามารถใส่ลูกเล่นเพิ่มเติมได้มากมาย
หากต้องการภาษาไทยหรือตัวหนังสือแปลกๆ อาจต้องหา Font มาเพิ่ม
ตัวอักษรกระพริบ / Fade / เปลี่ยนสี
ขอแนะนำพร้อมๆกันเลย เนื่องจากการทำไม่แตกต่างกันมาก เอากระพริบก่อนนะครับ เปิดงานใหม่ เลือกสีที่ต้องการ ใช้เครื่องมือ Type
พิมพ์คำที่ต้องการ Jump ไปอิมเมจเรดดี้ สร้างเฟรมใหม่
ที่เฟรมใหม่ปิดเลเยอร์ตัวอักษร เสร็จแล้วครับ ทดสอบดูเลย
ถ้าต้องการให้กระพริบ แต่ไม่หาย(เอาแค่จางๆ) ก็ใช้การ ก้อปปี้แทน แล้วสั่ง
Opacity แล้วเลือกซัก 33 % เปิด - ปิด เฟรมละ 1 เลเยอร์ครับ
(ตัวอย่าง)

Fade หรือ การทำให้ตัวอักษรค่อยๆจางลง หรือค่อยๆปรากฎ ผมอยากให้ลองทำจากไฟล์เดิมดูความแตกต่างด้วย ที่เฟรมที่ 2 ใช้ Tween
ไปไฟล์ก่อนหน้า (Previous Frame) เลือกสัก 5 เฟรมก็ได้
เสร็จแล้วไปที่เฟรมสุดท้าย สั่ง Tween อีกครั้ง แต่เลือกไปเฟรมแรกแทน
(First Frame) ทดสอบ เลือกเวลาที่ต้องการ เสร็จแล้วครับ
(ตัวอย่าง)
ตัวอักษรเปลี่ยนสี ใช้เครื่องมือ Type แต่เลือกที่ตัวใส (Type Mask Tool) พิมพ์อักษรที่ต้องการ เลือกสี ใช้เครื่องมือ Paint
เทสีลงไป จากนั้นสร้างเลเยอร์ใหม่ (New นะครับ ไม่ใช่ก้อปปี้)
เลือกสีอีกครั้ง เทสีลงไป ทำเหมือนเดิมตามสีที่ต้องการ Jump
ไปอิมเมจเรดดี้ ทำตามด้านบนครับ
รูปภาพวิ่งในอักษร
การเอาภาพใส่ตัวอักษร ถ้ารู้เทคนิคจะง่ายมากครับ (เมื่อก่อนผมไม่รู้ ทำแล้ววุ่นวายมากๆ) ขั้นแรกคือใช้เครื่องมือ Type พิมพ์อักษรที่ต้องการจัดการขนาดที่ต้องการให้เรียบร้อยก่อนเลย จากนั้นเปิดรูปที่ต้องการ กด Ctrl ค้างไว้ แล้วลากรูปที่เราต้องการมาใส่ที่งานตัวอักษรของเรา ใช้ Move Tool วางตำแหน่งที่ต้องการให้เรียบร้อย จากนั้นกด Ctrl + G (Layers > Group with Previous) ตอนนี้อักษรของเราก็จะถูกแทนด้วยภาพแล้วครับ
Jump
ไปอิมเมจเรดดี้ สังเกตว่าที่ เลเยอร์รูปภาพยังถูกเลือกอยู่ สร้างเฟรมใหม่
ที่เฟรมใหม่เลื่อนรูปภาพไปตำแหน่งที่ต้องการ ใช้เครื่องมือ Tween ช่วยตามต้องการ เสร็จแล้วครับ
ใน
ทางกลับกันครับ เราสามารถเลือกทำให้อักษรวิ่ง แต่รูปอยู่นิ่งได้ ที่ส่วน
อิมเมจเรดดี้ ตอนเลือก เราเลือกที่ตัวอักษรให้วิ่งแทน
แต่ควรจะเผื่อพื้นที่ในขั้นตอนสร้างอักษรในขั้นตอนแรกไว้ครับ
อักษรแบบแยกกันอิสระ
วิธีนี้ ต้องแปลงจากตัวอักษรที่ทำมาทุกแบบ ให้กลายเป็นไฟล์ภาพก่อน (เช่น อักษรที่เป็นภาพ ที่ทำจากขั้นตอนก่อน เราต้องสั่ง Layers > Merge Layers หรือกด เล
เยอร์จะถูกรวมเป็นเลเยอร์เดียว) จากนั้นทำให้แต่ละตัวอักษรกลายเป็นเลเยอร์
โดยการใช้เครื่องมือ Marquee Tools หรือ Lasso ตามถนัด
เลือกคลุมแต่ละตัวอักษรของเลเยอร์แรก แล้วกด แล้วกด ให้
ครบทุกตัว จากนั้นกดเครื่องมือ Move Tool
เพื่อจัดตำแหน่งตัวอักษรให้เรียบร้อยซะก่อน จากนั้นปิด เลเยอร์แรก ไปครับ
(อันที่อักษรครบ)
Jump ไป อิมเมจเรดดี้ สร้างเฟรมใหม่
จากนั้นก็แล้วแต่เราจะจัดให้ตัวอักษรว่าจะให้วิ่งไปทางไหนแล้วครับ
ถ้าจะจัดแบบกลุ่ม ก็ใช้ลิ้งค์ของเลเยอร์ช่วย (จำได้ไหมเอ่ย
...สัญญลักษณ์รูปโซ่ไงครับ) สั่ง Tween ช่วยก็ได้ ง่ายดี ถ้าจากนั้นจะให้
Tween กลับก็เลือก First อีกครั้ง เสร็จแล้ว ทดสอบ เลือกเวลา
(ตอนที่มารวมกันครบ เลือกเวลาเยอะๆหน่อย เดี๋ยวอ่านไม่ออก) เสร็จแล้วครับ
บทส่งท้าย
การส
ร้าง อนิเมชั่น ยังสามารถทำได้อีกหลายๆแบบ
ถ้าคุณนำเอารูปแบบที่ผมแนะนำมาประยุกต์หลายๆเทคนิค
ก็สร้างงานใหม่ได้อีกหลากหลาย ขึ้นอยู่กันความคิดสร้างสรรค์ของคุณเอง
นอกจากนี้ คุณยังสามารถสร้างเทคนิคของคุณเอง โดยการใช้งานด้วยตัวเอง
และหาจากแหล่งอื่นๆมามาประยุกต์ใช้ เช่น การใช้เครื่องมือในส่วน Action
ของโปรแกรม อิมเมจเรดดี้ หรือแม้แต่ใช้โปรแกรมอื่นๆมาร่วมในการใช้งาน เช่น
การจับภาพจากโปรแกรมจับภาพ, จับภาพด้วยโปรแกรมเล่นวีดีโอ, เกมส์ต่างๆ
และโปรแกรมสร้าง กิฟ อนิเมชั่นอื่นๆ (มีเยอะนะครับ
ลองหาดูในอินเตอร์เน็ตนี่แหละ)
ที่มา: http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?table_id=1&cate_id=4&post_id=5473
การจัดการสารประกอบไนโตรเจน ในฟาร์มเลี้ยงกุ้งระบบปิด
ดังนั้นถ้าการเลี้ยงกุ้งในระบบปิด เกษตรกรจึงควรเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในบ่อ และทราบแนวทางในการจัดการบ่อเลี้ยงกุ้งเพื่อลดความเครียดที่อาจจะเกิดกับกุ้งที่เลี้ยง
การสะสมของไนโตรเจนในบ่อเลี้ยงกุ้งระบบปิด
จากการศึกษาวิจัยพบว่าไนโตรเจนเกือบทั้งหมด (97%) ที่เข้าสู่บ่อเลี้ยงกุ้ง มาจากอาหารที่ให้กุ้งกิน กุ้งสามารถเก็บไนโตรเจนไว้ในเนื้อกุ้งได้ ประมาณ 21.8% ไนโตรเจนอีกประมาณ เกือบ 80% นั้นจะตกค้างอยู่ในบ่อในรูป ของเศษอาหารและขี้กุ้งที่บริเวณก้นบ่อ ประมาณ 70% และในรูปของสิ่งขับถ่ายที่ละลายน้ำได้ เช่น อินทรีย์ไนโตรเจน แอมโมเนีย ไนไตรท์ และไนเตรทประมาณ 9%
ไนโตรเจนที่สะสมอยู่ในบ่อจะมีการเปลี่ยนแปลงจากรูปที่สามารถเป็นอาหารของแบคทีเรียและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก
(อินทรีย์ไนโตรเจน) ให้อยู่ในรูปของสารประกอบที่เป็นพิษกับกุ้ง (แอมโมเนีย และไนไตรท์)
หมุนเวียนไป มาในระบบนิเวศของบ่อเลี้ยงกุ้ง บางส่วนจะถูกเปลี่ยนเป็นก๊าซไนโตรเจนและจะออกจากบ่อเลี้ยงกุ้งไป
การเปลี่ยนแปลงของไนโตรเจนจากอาหารกุ้ง
เมื่อมีอาหารเหลืออยู่ คุณสมบัติของน้ำก็จะเปลี่ยนไป ผลการทดลองในห้องปฏิบัติการที่ทำให้มีอาหารกุ้งเหลืออยู่ในตู้ทดลอง
พบว่าสารอินทรีย์ที่อยู่ในอาหารจะสามารถละลายออกมาอยู่ในน้ำได้อย่างรวดเร็ว ภายในเวลา
3-4 วัน สารอินทรีย์ไนโตรเจนจะถูกแบคทีเรียกินและปล่อยแอมโมเนียออกมาอยู่ในน้ำ
อาหารเหลือเพียงครั้งเดียวจะทำให้เกิดปัญหาแอมโมเนียได้ประมาณ 1 เดือน หลังจากแอมโมเนียเพิ่มปริมาณมากขึ้น
ไนไตรท์จะเกิดขึ้นตามมา
เมื่อให้อาหารกับกุ้งในบ่อ กุ้งจะต้องได้รับออกซิเจนที่พอเพียง (ในน้ำควรมีออกซิเจนมากกว่า
4 มก./ล.) เพื่อทำให้กุ้งสามารถสร้างพลังงานเพื่อการดำรงชีวิต และทำให้มีการเจริญเติบโตที่ดี
ผลจากการเผาผลาญ
โปรตีนจะทำให ้เกิดแอมโมเนีย (แอมโมนิฟิเคชั่น: Ammonification) ซึ่งแอมโมเนียจะเป็นพิษกับสิ่งมีชีวิตดังนั้น
กุ้งจึงต้องขับออกมานอกร่างกาย แบคทีเรียก็เช่นกันจะกินสารอินทรีย์ในเศษอาหารกุ้ง
ขี้กุ้งและซากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เพื่อการที่ดำรงชีวิตและปล่อยแอมโมเนียออกมาในน้ำ
ผลจากการกินอาหารทำให้คุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลง
ไปที่สำคัญคือ สารอินทรีย์ในน้ำจะลดลง
น้ำจะมีคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้นทำให้
พีเอชต่ำลงในขณะที่ออกซิเจนในน้ำจะถูกแบคทีเรียและกุ้งใช้ไปจนอาจจะทำให้
ออกซิเจนที่เหลืออยู่ไม่เพียงพอต่อ การเจริญเติบโตที่ดี ของกุ้ง
และมีสิ่งขับถ่ายในรูปของแอมโมเนียมากขึ้น
ซึ่งแอมโมเนียจะเป็นพิษกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ยกเว้น
แพลงก์ตอนพืชและแบคทีเรียที่ใช้แอมโมเนียเป็นอาหาร
แอมโมเนียในน้ำจะเป็นอาหารของแบคทีเรียในกลุ่ม ไนตริไฟอิ้งแบคทีเรีย (Nitrifying Bacteria) เช่น ไนโตรโซโมแนส (Nitrosomonas spp.) และไนโตรแบคเตอร์ (Nitrobactor spp.) จะกินแอมโมเนียเป็นอาหารและ รูเปลี่ยนแอมโมเนียเป็น ไนไตรท์ และไนเตรทซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า ไนตริฟิเคชั่น (Nitrification)
แบคทีเรีย ในกลุ่มนี้ จะไม่สามารถกินแอมโมเนียเป็นอาหารได้เพียงอย่างเดียว ในการเจริญเติบโต แบคทีเรีย จำเป็นต้องมีแหล่งของคาร์บอน ซึ่งในกรณีนี้ ไบคาร์บอเนต ซึ่งเกษตรกรใส่ลงไปในบ่อเลี้ยงกุ้งในรูปของปูน คาร์บอเนต หรือ ปูนโดโลไมท์ ทำให้แบคทีเรียมีสารอาหารที่ครบถ้วนและดูดซึมแอมโมเนียไปใช้ได้ดี ในขณะเดียวกันแบคทีเรียในกลุ่มนี้จำเป็นต้องดำรงชีวิตในสภาพของน้ำที่มี ออกซิเจน เพื่อใช้ออกซิเจนในการเผา พลาญอาหารสร้างพลังงาน การขาดออกซิเจนหรือมีออกซิเจนไม่พอก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แอมโมเนีย เปลี่ยนไปเป็นไนไตรท์ และไนเตรทไม่สมบูรณ์ความสัมพันธ์ของไนโตรเจนกับออกซิเจนและไบคาร์บอเนต ใน
ปฏิกิริยาไนตริฟิเคชั่น
ผลจากการเกิดปฏิกริยาไนตริฟิเคชั่นในบ่อเลี้ยงกุ้งจะทำให้ปริมาณแอมโมเนียลดลง
มีการใช้ออกซิเจนมากขึ้น น้ำจะมีออกซิเจนน้อยลง และเนื่องจากมีการดูดเอาไบคาร์บอเนตไปใช้และปล่อยคาร์บอนไดออกไซค์ออกมา
จะทำให้น้ำมีพีเอชที่ต่ำลง ในกรณีที่มีออกซิเจนหรือปริมาณ แบคทีเรียไม่เพียงพอ
จะทำให้การเปลี่ยนแปลงแอมโมเนียไปเป็นไนเตรท เกิดขึ้นอย่างไม่สมบูรณ์ ในสภาพเช่นนี้อาจจะทำให้เกิดการสะสมของไนไตรท์
ในน้ำ ได้
บทบาทของแพลงก์ตอนพืชในการดูดซับสารประกอบไนโตรเจนในบ่อเลี้ยงกุ้ง
แอมโมเนียและไนเตรทในน้ำเป็นปุ๋ยที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการเจริญเติบโตของแพลงก์ตอนพืช
นอกเหนือจากนี้ ยังต้องการ ปุ๋ยฟอสเฟต ซิลิเกต แสงแดด และคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับการเจริญเติบโตด้วย
กระบวนการนี้ ต้องใช้พลังงานจากแสงแดดสำหรับสร้างสารอินทรีย์จากสารอนินทรีย์
จึงเรียกว่าการสังเคราะห์แสง (Photosynthesis)
ผลจากการสังเคราะห์แสงจะมีออกซิเจนเกิดขึ้นและแพลงก์ตอนพืชก็จะปล่อยออกซิเจนเหล่านี้ออกมาให้
ละลายอยู่ในน้ำการควบคุมสีน้ำเป็นวิธีการจัดการควบคุมการเจริญเติบโตของแพลงก์ตอนไม่ให้มีมากเกินไปจนตาย
ลงในบ่อเลี้ยง ในขณะที่แพลงก์ตอนพืชมีชีวิตอยู่ แพลงก์ตอนพืชจะดูดซับเอาสารอาหารส่วนเกิน
ในบ่อเลี้ยงกุ้งที่เกิดจากการย่อยสลายของอาหารและขี้กุ้ง และผลิตออกซิเจนออกมาในปริมาณมาก
จึงทำให้สภาพแวดล้อมในบ่อเลี้ยงกุ้งดีเหมาะสมต่อการดำรงชีวิต
สีน้ำที่เข้มเกินไปเป็นสัญญาณชี้ว่าในบ่อเลี้ยงกุ้งมีสารอินทรีย์และการย่อยสลายเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน
ในสภาพเช่นนี้ สารอินทรีย์และปุ๋ยที่มีมากในบ่อ เป็นสาเหตุให้มีแพลงก์ตอนพืช
จุลินทรีย์ และแบคทีเรียมาก
ตามไปด้วย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดผลเสียกับการเลี้ยงกุ้งใน 2 ด้าน คือ
- ปริมาณแพลงก์ตอนพืชและจุลินทรีย์ที่มากเกินไป ทำให้ความต้องการออกซิเจนของบ่อเลี้ยงกุ้งสูงขึ้น
อาจจะทำให้เกิดการขาดออกซิเจนในเวลากลางคืนโดยเฉพาะช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน จนกระทั่งถึงเช้าตรู่
- แพลงก์ตอนที่มีมากจะทำให้มีการสังเคราะห์แสงในเวลากลางวันทำให้น้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งมีค่าพีเอชสูงขึ้น
ทำให้แอมโมเนียอิสระที่เป็นพิษกับกุ้งเพิ่มปริมาณมากขึ้น
สีน้ำที่เข้มอยู่เป็นเวลานาน จะเสี่ยงต่อการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสมดุลระบบนิเวศอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะกรณีของเหตุการณ์ที่เรียกว่า "สีน้ำดรอป (แพลงก์ตอนพืชจำนวนมากตายพร้อมๆ
กันในบ่อเลี้ยงกุ้ง)" จะทำให้เกิดการสังเคราะห์ แสงลดลง การดูดซึมแอมโมเนียไปใช้
ลดลง และการผลิตออกซิเจนก็จะลดลงด้วย ทำให้ กุ้งเครียด
บางครั้งอาจจะรุนแรงถึงกระทั่งทำให้เกิดการอ่อนแอ และติดเชื้อในตัวกุ้งได้
อนึ่งการตายของแพลงก์ตอนพืชจะทำให้เกิดซากอินทรีย์จำนวนมากเป็นสาเหตุร่วม
ของปัญหาแอมโมเนีย
ของน้ำสูงหลังจาก แพลงก์ตอนดรอป ซึ่งเกษตรกรจำเป็นจะต้องมีความระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้ด้วย
บทบาทของดินก้นบ่อกับการเปลี่ยนแปลงของสารประกอบไนโตรเจนในบ่อเลี้ยงกุ้ง
ที่พื้นก้นบ่อเป็นบริเวณที่มีการสะสมของเศษอาหารและขี้กุ้ง
โดยเฉพาะบริเวณกลางบ่อที่มีการตั้งเครื่องตีน้ำแบบรวมเลน
ที่บริเวณนี้จะมีแบคทีเรีย
และจุลินทรีย์เจริญเติบโตเพื่อย่อยสลายสารอินทรีย์ จึงทำให้มีการใช้
ออกซิเจนในปริมาณที่สูงถึงเกือบ 50% ของการใช้ออกซิเจนในบ่อเลี้ยง
ในสภาพที่มีออกซิเจน สารอินทรีย์ที่ถูกย่อย (โดยกระบวนการแอมโมนิฟิเคชั่น)
จะทำให้ เกิด แอมโมเนีย และกระบวนการ ไนตริฟิเคชั่น ทำให้ แอมโมเนีย
เปลี่ยนไปเป็น ไนไตรท์ และไนเตรท
ละลายอยู่ในน้ำที่แทรกอยู่ในระหว่างช่องว่างของเม็ดดิน และค่อยๆ
แพร่ออกมาอยู่ในน้ำที่บริเวณก้นบ่อ
ในขณะที่จุลินทรีย์ทำหน้าที่ของมันจะมีการใช้ออกซิเจนจากน้ำ
ที่บริเวณก้นบ่อเลี้ยงกุ้งและน้ำที่แทรกตัวอยู่ในระหว่างช่องว่างของเม็ดดิน
ดินก้นบ่อที่อยู่ลึกลงไปจะมีโอกาส
ขาดออกซิเจนได้สูงเนื่องจาก น้ำไม่สามารถแทรกตัวลงไปสู่ในชั้นดินที่ลึกได้ ทำให้ปฏิกิริยาชีวเคมี
ของดินเปลี่ยน ไป
จากการใช้ออกซิเจนในน้ำ เป็นชีวเคมีที่ใช้ ออกซิเจนที่จับอยู่กับสารประกอบ เช่น ไนไตรท์ ไนเตรท และซัลเฟต หรือ โลหะประจุบวก เช่น แมงกานีส หรือ เหล็ก เป็นต้น ในชั้นดินที่ขาดออกซิเจนชีวเคมีของดินของ แบคทีเรียที่ใช้ไนเตรท ไนไตรท์ ช่วยในการดำรงชีวิต เรียกว่า ดีไนตริไฟอิ้งแบคทีเรีย (Denitrifying Bateria) โดยผ่านกระบวนการดีไนตริฟิเคชั่น (Denitrification)
ผลผลิตสุดท้ายที่ได้จากกระบวนการนี้ คือ ก๊าซไนโตรเจน ปล่อยออกมาจากดิน
ซึ่งเกษตรกรสามารถเห็นได้จากการที่มีฟองก๊าซลอยขึ้นมาในบ่อที่มีสารอินทรีย์
เน่าเสียที่พื้นก้นบ่อเป็นปริมาณมาก ซึ่งแสดงถึงโอกาสที่พื้นก้น
บ่อจะขาดออกซิเจนจนเป็นอันตรายต่อกุ้งได้
เกษตรกรจึงควรระระมัดระวังในจุดนี้ด้วย
ชีวเคมีในดินที่สัมพันธ์กับไนตริฟิเคชั่นและดีไนตริฟิเคชั่น
การให้ออกซิเจนที่ไม่มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะการที่ไม่สามารถทำให้ออกซิเจนหมุนเวียนถึงก้นบ่ออย่างพอเพียง ในขณะที่ก้นบ่อมีสารอินทรีย์สะสมอยู่ในปริมาณมาก ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดสารประกอบที่เป็นอันตรายต่อกุ้ง ในบริเวณกองเลน เช่น ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (ก๊าซไข่เน่า) ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อกุ้งโดยเฉพาะในบ่อดินเปรี้ยวที่มีพีเอชของดินและน้ำต่ำ ความเป็นพิษของไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่อยู่ในรูปของซัลไฟด์อิสระจะเพิ่มสูงขึ้น
ผลของแอมโมเนียต่อกุ้งทะเล
กุ้งจะขับแอมโมเนีย โดยเลือดกุ้งจะพาเอาแอมโมเนียไปปล่อยออกจากร่างกายทางเหงือกกุ้งในระหว่างที่กุ้งมีการหายใจ
น้ำที่มีแอมโมเนียน้อย (อาจจะใช้ระดับแอมโมเนียอิสระในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อกุ้ง
0.1 มก/ล. เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ) จะทำให้กุ้งสามารถขับถ่ายแอมโมเนียได้ดี และมีการเจริญเติบโตที่ดี
ถ้าแอมโมเนียในน้ำมาก แอมโมเนียที่เป็นของเสียในน้ำ จะสามารถแพร่ย้อนกลับเข้าไปในเลือดได้การที่มี
แอมโมเนียในเลือดกุ้งสูงจะทำให้ พีเอชในเลือดกุ้งสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้แอมโมเนียในเลือดกุ้งมีความเป็นพิษมากขึ้น
พีเอชของเลือดสูงผิดปกติ ทำให้เอมไซม์ในเลือดกุ้งทำงานไม่ปกติ
ในสภาวะเช่นนี้จะทำให้กุ้งโตช้า(แอมโมเนียอิสระในช่วง 0.1 - 0.4 มก./ล.)
แต่ถ้าแอมโมเนียมีความเข้มข้นสูงมากจะทำให้กุ้งเครียดจน
อาจจะทำให้กุ้งตายได้( แอมโมเนียอิสระมากกว่า 0.4 มก./ล.)
แอมโมเนียอิสระและผลกระทบต่อกุ้งทะเล
แอมโมเนียอิสระ (มก./ล.) ผลต่อกุ้งทะเล
น้อยกว่า 0.1 ปลอดภัยต่อการเลี้ยงกุ้ง
0.1 - 0.4 กุ้งโตช้า
มากกว่า 0.4 กุ้งโตช้า กินอาหารน้อยลง เครียด หรือตาย
กุ้งมีการตอบสนองต่อแอมโมเนียในระดับต่างๆ กัน แอมโมเนียที่เพิ่มมากขึ้นจะทำให้กุ้งต้องการออกซิเจนมากขึ้น
ซึ่งหมายถึงว่ากุ้งจะมีการหายใจมากขึ้น ในทางตรงข้ามกุ้งจะสามารถหมุนเวียน เลือดนำแอมโมเนียมา
ขับออกที่เหงือก ซึ่งจะทำให้กุ้งเสียพลังงานมาก ในสภาวะที่น้ำมีปริมาณแอมโมเนียสูงและออกซิเจนละลายต่ำร่วมด้วย
กุ้งจะลดการหายใจ ซึ่งจะเป็นกลไกหนึ่งที่ป้องกันไม่ให้แอมโมเนียในน้ำเข้าสู่ร่างกายของกุ้ง
แต่กุ้งจะต้องแลกกับความเครียดที่เพิ่มขึ้น และการเจริญเติบโตที่ช้าลง เนื่องจากกุ้งที่หายใจน้อยจะลดกิจกรรมในการดำรง
ชีวิต ซึ่งก็หมายถึงการลดอัตราการกินอาหารด้วยในสภาวะที่น้ำมีพีเอชสูงขึ้นถึงแม้ว่าในน้ำจะมีปริมาณแอมโมเนียรวมเท่าเดิมแต่สัดส่วนของแอมโมเนียอิสระที่เป็นพิษต่อการเลี้ยงกุ้งจะเพิ่มมากขึ้น
ทำให้ระดับ
ความเป็นพิษเพิ่มมากขึ้น
ผลของไนไตรท์ต่อกุ้งทะเล
ไนไตรท์จะเป็นสารประกอบไนโตรเจนที่มีความเป็นพิษต่อกุ้งน้อยกว่าแอมโมเนีย มีรายงานว่า
ความเป็นพิษ ของไนไตรท์ขึ้นกับระดับของความเค็ม ในน้ำจืดไนไตรท์ จะมีระดับความเป็นพิษที่สูงกว่าในน้ำเค็ม
ระดับของ
ไนไตรท์ที่ปลอดภัยต่อกุ้งที่ทดลองในห้องปฏิบัติการอยู่ที่ระดับ 10 มก./ล. ซึ่งเป็นระดับที่สูงมากและไม่ค่อยพบในบ่อเลี้ยงกุ้งทะเล
โดยข้อเท็จจริง การพบไนไตรท์ในระดับ 0.5-1.0 มก./ล. ในบ่อเลี้ยงที่พบว่ามีปัญหากุ้งกินอาหารน้อยลง
ในบ่อเลี้ยงกุ้งแบบปิดหมุนเวียนที่มีการรักษาออกซิเจนให้อยู่ในระดับที่พอเพียงต่อการเจริญเติบโตของกุ้ง
(มากกว่า 4 มก./ล.) พบว่ามีปริมาณ ไนไตรท์สูง 0.5 มก./ล. ซึ่งสามารถเลี้ยงกุ้งโดยไม่มีปัญหาในการจัดการให้อาหาร
ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ผลที่เกิดขึ้นน่าจะไม่ได้มาจากความเป็นพิษของไนไตรท์โดยตรง
ไนไตรท์ในระดับความเข้มข้นต่ำๆจะเป็นพิษกับสัตว์น้ำที่มีเลือดสีแดง เม็ดเลือดเป็นชนิดที่เรียกว่า
ฮีโมโกลบิน (Haemoglobin) ไนไตรท์จะสามารถเข้าไปแย่งออกซิเจนจับกับเม็ดเลือดทำให้
เกิดการขาดออกซิเจน ในสัตว์
ประเภทกุ้งปู ที่มีเลือดสีน้ำเงิน เม็ดเลือดเป็นชนิดที่เรียกว่า ฮีโมไซยานิน
(Haemocyanin) ไนไตรท์จะเข้าจับกับเม็ดเลือดได้น้อยกว่า แล้วไนไตรท์จึงมีความเป็นพิษต่อกุ้งน้อยลง
โดยจะทำให้เลือดกุ้งไม่สามารถจับตัวกับ ออกซิเจนทำให้กุ้งขาดออกซิเจนได้ ถึงแม้ว่าในน้ำจะมีออกซิเจนละลายอยู่มากก็ตาม
นอกจากนี้ ไนไตรท์ในเลือดกุ้งจะทำให้ระดับโปรตีน และพีเอชของเลือดกุ้งลดลง ซึ่งจะทำให้ชีวเคมีในเลือดกุ้งเปลี่ยนแปลงไป
เกิดการสะสมของยูเรียในเลือดกุ้ง และมีการดูดซึมน้ำมากทำให้สมดุลเกลือแร่เปลี่ยนไป
ไนไตรท์จะเป็นสารประกอบไนโตรเจนที่พบในปริมาณน้อยในแหล่งน้ำธรรมชาติ ในการเลี้ยงกุ้งทะเลระบบเปิด(ถ่ายน้ำ)
จะพบไนไตรท์ ในระดับ 0.01-0.18 มก./ล.
การสะสมของไนไตรท์ในบ่อเลี้ยงกุ้งระบบปิดแสดงให้เห็นว่าอาจจะมาจากการที่
ออกซิเจนในบ่อเลี้ยงกุ้งอยู่ในระดับต่ำ แบคทีเรียทำงานไม่เต็มที่ หรือปริมาณการผลิตของไนไตรท์จากดินก้นบ่อมีมากเกินไป
ดังนั้นถ้าสามารถจัดการให้มีออกซิเจนและแบคทีเรียเพียงพอ และมีของเสียที่ก้นบ่อน้อย เกษตรกรก็จะสามารถแก้ปัญหาการสะสมของไนไตรท์ในบ่อเลี้ยงกุ้งได้
โดย: ด.ร.พุทธ ส่องแสงจินดา
กลุ่มวิจัยวิศวกรรมการเพาะเลี้ยงและสิ่งแวดล้อม
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล
ฝั่งอ่าวไทย กรมประมง
เว็บฯ หาย! ชื่อโดเมนถูกขโมย ก็ไม่ต่างอะไรกับบ้านหาย จากมีที่อยู่ก็กลายเป็นไร้ที่อยู่ เท่านั้นยังไม่พอ รายได้หดหาย ลูกค้าเดิมหนีอีกต่างหาก แล้วทีนี้จะตามบ้านคืนจากพวกมิจฉาชีพที่มาแอบขโมยไปได้อย่างไร? จะต้องเสียค่าไถ่ไหม? แล้วจะไปขอให้ใครช่วยทวงบ้านคืนดี? เว็บไซต์สุดรัก ชื่อโดเมนแสนหวงอยู่ดีๆ ก็ถูกขโมย
เหตุการณ์ เช่นนี้ไม่ได้เพิ่งจะเคยเกิดขึ้น หลายๆ คนต้องเจอะเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนแล้ว บ้างก็ต้องเสียค่าไถ่ให้กับมิจฉาชีพพวกนี้ไปเพื่อจะให้ได้ชื่อโดเมนของตัว เองคืนมา บางรายไม่มีเงินเสียค่าไถ่ก็ต้องตัดใจปล่อยให้ชื่อโดเมนนั้นไปอยู่ในมือโจร ไป แล้วไปสร้างใหม่ในภายหลัง ซึ่งก็ต้องใช้เวลาและพลังงานอีกมาก กว่าจะมีคอนเทนต์และคนเข้าชมเท่าของเดิม
แต่เมื่อถึงยุค ที่อินเตอร์เน็ตบูมเช่นนี้แล้ว ยุทธวิธีการเรียกของตัวเองคืนก็ย่อมเปลี่ยนไป ไม่ต้องดิ้นรนอยู่คนเดียวอีกต่อไป เพราะมีหลายฝ่ายให้ความสำคัญ และร่วมมือรักษาสิทธิ์ รักษาผลประโยชน์ที่เสียไป เพื่อให้เจ้าทุกข์ได้ของตัวเองคืนมา เพิ่งจะมีเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ ผ่านไปเมื่อเร็วๆ นี้กับเว็บไซต์ Bcoms.net ถูกขโมยชื่อโดเมนแล้วเรียกกลับคืนมาได้ แม้ว่ารายนี้จะไม่ต้องเสียเงินค่าไถ่เพื่อซื้อเว็บฯ ตัวเองคืนจากโจร แต่ก็ต้องสูญเสียลูกค้าเดิมไปบางส่วน และยังถูกเข้าใจผิดว่ากลายเป็นเว็บไซต์ที่ทำเรื่องอนาจารไป รายได้ที่ต้องสูญเสียไปในช่วงที่ชื่อโดเมนถูกขโมยยังไม่เท่ากับชื่อเสียงที่ ต้องพังทลายและต้องใช้เวลากู้คืนมาใหม่ แล้วถ้าเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับคุณจะทำอย่างไร? ติดต่อกับผู้ให้บริการรับจดทะเบียนชื่อโดเมน
หลัง จากที่แน่ใจแล้วว่าชื่อโดเมนเว็บไซต์ของคุณถูกขโมยอย่างแน่นอนแล้ว ควรจะรีบแจ้งไปยังผู้ที่รับจดทะเบียนชื่อโดเมนที่คุณไปใช้บริการอยู่ เพื่อแจ้งเรื่องการถูกขโมยชื่อโดเมนให้ทราบ และขอความช่วยเหลือให้ช่วยติดต่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ของ ICANN หรือ Internet Corporation for Assigned Names and Numbers ซึ่งก็คือหน่วยงานทางเทคนิคที่ดูแลรับผิดชอบความมีเสถียรภาพของระบบอินเตอร์ เน็ตโลก มีหน้าที่จัดการเกี่ยวกับการแจกจ่ายชื่อโดเมนและหมายเลข IP Address เพื่อขอชื่อโดเมนคืน รวมทั้งให้ช่วยติดต่อไปยังผู้ให้บริการจดชื่อโดเมน ที่ชื่อโดเมนเว็บไซต์ของคุณถูกโอนย้ายไป ค้นหาเอกสารเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของ
หลัง จากที่แจ้งเรื่องไปแล้วคุณก็ต้องมีหลักฐานยืนยันความเป็นเจ้าของชื่อโดเมน ของคุณด้วย เช่น อีเมล์ยืนยันการจดทะเบียนชื่อโดเมนจากผู้ให้บริการรับจดทะเบียนชื่อโดเมน เอกสารการชำระเงินค่าจดทะเบียนชื่อโดเมน และข้อมูลการตรวจสอบชื่อ และสิทธิ์การครอบครองชื่อโดเมนจากระบบค้นหาชื่อโดเมน (Whois) ที่มีให้บริการบนเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งจะทำให้ทราบว่าชื่อโดเมนนี้ใครเป็นเจ้าของ เช่นที่ Internic.com, Thnic.co.th, Checkdomain.com เป็นต้น
นอกจากนี้ก็ควรจะ มีเอกสารของการถูกขโมยโดเมนที่พอจะรวบรวมได้เตรียมเอาไว้ด้วย เช่น อีเมล์แจ้งการโอนย้ายชื่อโดเมนไปยังผู้ให้บริการรายอื่น ข้อมูลการติดต่อกับมิจฉาชีพที่อาจจะติดต่อมาเพื่อขอเรียกค่าไถ่ชื่อโดเมน เป็นต้น ขอหนังสือรับรองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือชมรมผู้ประกอบการธุรกิจโฮสติ้ง (hosting)
หลัง จากเตรียมเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของเรียบร้อยแล้วก็ต้องไปขอหนังสือรับรอง จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือชมรมผู้ประกอบการธุรกิจโฮสติ้ง เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของชื่อโดเมนของตัวเองอีกครั้ง โดยปัจจุบันมีกฎหมายคุ้มครองในกรณีที่เกิดปัญหาการขโมยโดเมน หรือมีการทำให้เว็บไซต์เสียหายโดยที่เจ้าของชื่อโดเมนนั้นไม่ยินยอม ซึ่งจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ส่งเอกสารไปยัง ICANN เพื่อขอเอกสารยืนยันความเป็นเจ้าของ
หลัง จากเตรียมเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการส่งเอกสารไปยัง ICANN ซึ่งขั้นตอนนี้คงต้องร่วมมือกับผู้ให้บริการรับจดทะเบียนชื่อโดเมน ในการส่งเอกสารต่างๆ ต่อไปให้ยัง ICANN รวมทั้งยังต้องรอการตรวจสอบเอกสาร และรอคำยืนยันความเป็นเจ้าของจาก ICANN อีกครั้ง ส่งเอกสารไปยังผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนที่มิจฉาชีพโอนย้ายชื่อโดเมนของ คุณไป ถึงเวลาทวงคืนชื่อโดเมนสักที หลังจากที่ต้องยุ่งยากกับการดำเนินการเรื่องเอกสารอยู่นาน สำหรับขั้นตอนนี้อาจจะยุ่งยากและใช้เวลาอยู่สักหน่อย เพราะเหตุการณ์ถูกขโมยโดเมนเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และทุกๆ วันก็จะมีการแจ้งเรื่องการถูกขโมยชื่อโดเมนไป ซึ่งมีทั้งที่เป็นเรื่องจริงและเรื่องหลอก
ดัง นั้นหากคุณไม่มีหลักฐานยืนยันความเป็นเจ้าของที่ชัดเจน ไม่มีการตามเรื่อง ไม่มีการชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ที่มีเหตุการณ์เกิด ขึ้นตั้งแต่แรก โอกาสที่คุณจะทวงคืนชื่อโดเมนของคุณกลับคืนมานั้นอาจจะไม่สำเร็จ
เมื่อ เจอปัญหาการขโมยโดเมนเช่นนี้แล้ว บางรายอาจจะตัดปัญหาด้วยการทิ้งโดเมนนั้นไป ไม่มีการแจ้งความ เพราะกลัวความยุ่งยากเรื่องเอกสารและการดำเนินการต่างๆ โดยเฉพาะการใช้บริการจดทะเบียนโดเมนกับบริษัทในต่างประเทศก็ยิ่งยุ่งยากใน เรื่องของภาษาที่อาจจะสื่อสารกันไม่ค่อยเข้าใจ
ดังนั้น การเลือกใช้บริการจดทะเบียนชื่อโดเมนกับบริษัทในประเทศไทยน่าจะเป็นทางเลือก ที่ดีกว่า อย่างน้อยก็ตัดปัญหาเรื่องการสื่อสารออกไปได้ รวมทั้งหากเกิดปัญหาก็ยังตามตัวกันได้ ขอความช่วยเหลือกันได้อีกด้วย เกร็ดเล็กน่ารู้ (ทำเป็นล้อมกรอบเล็กๆ แยกตามหัวข้อ)
ชื่อโดเมน (Domain Name) คือชื่อที่ใช้แทน IP Address บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ใช้อ้างอิงเพื่อความสะดวกในการเรียกดูเว็บไซต์ต่างๆ ที่อยู่บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยประกอบขึ้นจากตัวอักษร คำ หรือวลี ซึ่งอาจเป็นชื่อของบุคคล นิติบุคคล องค์กร หรือเครื่องหมายการค้า
โครงสร้างของโดเมน (Domain Name System) ส่วนประกอบของชื่อโดเมนจะต้องมีนามสกุล (Extension) ต่อพ่วงท้าย โดยมีการจัดแบ่งออกเป็นหลายระดับ ประกอบด้วย Generic Top-Level Domain (gTLD) ได้แก่ ชื่อโดเมนที่ลงท้ายด้วย .com (Commercial), .net (Networking), .org (Organization), .edu (Education), .gov (Government), .int (International), .mil (Military), .info (Information), .biz (Business) เป็นต้น Country Code Top-Level Domain (ccTLD)
เป็น ชื่อโดเมนสำหรับประเทศต่างๆ เช่น .th (ประเทศไทย), .us (สหรัฐอเมริกา), .uk (อังกฤษ), .cn (จีน), .jp (ญี่ปุ่น), .kr (เกาหลี) เป็นต้น Second-Level Domain (SLD) เช่น .ac, .go, .co, .in, .mi, .net, .or เป็นต้น
หลักการทำงานของชื่อโดเมน
ใน เชิงเทคนิคจะประกอบด้วยกลุ่มตัวเลข 4 กลุ่มที่คั่นด้วยจุด (ตัวเลขในแต่ละกลุ่มจะมีค่าได้ตั้งแต่ 0-255) เช่น 202.56.159.208 หรือที่รู้จักกันในชื่อของ IP Address (Internet Protocol Address) เพื่อใช้ระบุตำแหน่งที่อยู่ของเว็บไซต์ แต่เนื่องจาก IP Address อยู่ในรูปของตัวเลข ซึ่งยากแก่การจดจำ จึงต้องใช้ชื่อโดเมนในการอ้างอิง โดยอาศัย DNS Server (Domain Name System Server) มาช่วยจับคู่ IP Address และชื่อโดเมนเข้าด้วยกัน ซึ่งหากมีการโอนย้ายระหว่างเครือข่าย รหัส IP Address จะเปลี่ยนไป แต่ชื่อโดเมนเดิมยังคงใช้ได้เหมือนเดิม
คำแนะนำสำหรับป้องกันปัญหาเบื้องต้น
การ ใช้งานข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น User Name, Password สำหรับเข้าดูแลระบบเว็บไซต์ หรือบล็อกต่างๆ หรือใช้งานอีเมล์ ควรจะมีรหัสผ่านที่หลากหลาย ไม่ควรใช้ซ้ำกัน อีเมล์ที่ใช้สำหรับติดต่อในส่วนของการลงทะเบียนชื่อโดเมนต้องระวังโดนขโมย ข้อมูล การตั้งรหัสผ่านควรตั้งด้วยตัวอักษรพิมพ์เล็ก+ใหญ่+ตัวเลข+อักขระพิเศษ และมีความยาวมากๆ เพื่อยากในการเดา อีเมล์ที่ไม่รู้จักไม่ควรเปิดดู ให้ลบทิ้งไปเลย ถ้ามีอีเมล์ที่ต้องการให้กรอกข้อมูลยืนยันต่างๆ ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดที่แฮกเกอร์จะได้ข้อมูลไป
หาก จำเป็นต้องมีการกรอกข้อมูลยืนยัน แนะนำให้นำ URL เว็บไซต์นั้นมากรอกที่บราวเซอร์โดยตรงเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์หลัก แล้วค่อยไป Login จะปลอดภัยระดับหนึ่ง ไม่ควรทิ้งรายละเอียดที่สำคัญๆ ไว้ในอีเมล์ แต่ก็ควรทำสำเนาข้อความแล้วมาบันทึกไว้ใน Notepad เพื่อเก็บไว้ใช้เป็นหลักฐาน ข้อมูลที่ใช้ในการสมัครจดทะเบียนชื่อโดเมนควรเป็นข้อมูลจริง สามารถยืนยันตัวตนและความเป็นเจ้าของได้
ที่มา : ecommerce-magazine.com
1. เริ่มต้นด้วยภาษาที่สนับสนุนหลัก ของ Window Web Hosting นั้นจะเป็นพวก ASP และ ASP.NET เป็นหลักครับ ส่วนของ ตระกูล Unix Web Hosting นั้นจะเป็นพวก PHP Cgi-Perl ซึ่งไม่ได้หมายความว่า window web hosting จะ run พวก PHP ไม่ได้และ Unix Web Hosting จะ run พวก ASP ไม่ได้นะครับ สามารถทำได้เช่นกัน แต่แน่นอนความสามารถในการ run ข้าม platform แบบนี้ย่อมถูกลดความสามารถบางประการออกไปครับ เราควรเลือก Hosting ที่เราถนัดที่จะพัฒนางาน ภายใต้สภาพเดิม ๆ ของ Hosting เป็นดีที่สุดครับ
2. ราคา ว่า กันเรื่องราคา แน่นอน Windows Web Hosting เองต้องจ่ายค่า License ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง ส่วน ตระกูล Unix นั้นมีหลายแบบครับ ตั้งแต่ Linux ซึ่งก็จะมีหลาย ๆ ยี่ห้อครับ ที่ใช้ ๆ กันจะเป็น RedHat (หมวกแดง) ซึ่งเป็น Commercial License ครับ แต่เดิม Linux เองจะเป็น GPL (General Public License) ซึ่งหากมีผู้ใดนำไปพัฒนา ต่อยอด ก็สามารถ Make Brand แล้วขายเชิงพาณิชย์ได้ครับ แต่ถึงอย่างไรราคาก็ยังค่อนข้างถูกกว่า Windows Web Hosting มากครับ
3. ในแง่ของการพัฒนาระบบ หากเปรียบเทียบ PHP กับ ASP คงเปรียบเทียบกันได้ยากครับ ASP ของ บิลเกตต์ มีค่าบริการหลังการขาย เมื่อเราติดตั้ง Web Server การดูแลต่าง ๆ จะผ่านทาง Support ของทาง บิลเกตต์ แต่หากเป็น PHP เป็น Open Source ข้อดีคือมีผู้พัฒนาเยอะมาก มีผู้ช่วยในการแก้ไขปัญหาเยอะ เป็นรูปธรรมบ้าง ไม่เป็นบ้าง แต่สิ่งที่เรียกว่า Global Knowledge จะเกิดขึ้นที่นี่ครับ ด้วยมันสมองของนักพัฒนาทั่วโลก ที่ร่วมกันระดมกำลังความคิดในการพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น บางครั้งการเลือกจ่ายเงินในสิ่งที่ทำให้เราทำงานให้บรรลุได้เร็ว ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ
แต่ นั่นก็ต้องดูกำลังของท่านก่อนการตัดสินใจ การพัฒนาในแนวทางของ ASP และ ASP.NET นั้นยังพึ่งพิง Component ซะส่วนใหญ่ ซึ่ง Component เหล่านี้มักอยู่ในเชิงพาณิชย์ (Commercial) ในหนี่ง feature เช่นการส่งเมล์ ก็จะมี Component ให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ วิธีการใช้งานก็ต่าง ๆ กันไป ซึ่งต่างจาก PHP ที่มี standard plug-in ที่เราเรียกว่า Extension ของ PHP ซึ่งเวอร์ชั่นที่มากขึ้นก็จะมี Feature มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเหล่านักพัฒนาต่าง ๆ ทั่วโลกต่างก็มอบ plug-in ที่ตัวเองพัฒนาให้มาใช้กับ PHP ในลักษณะ GPL (General Public License)
4. ระบบฐานข้อมูล Windows Hosting จะสามารถรองรับฐานข้อมูลได้เกือบทุกชนิดที่ใช้ในปัจจุบัน เช่น MySQL,SQLServer,MS Access แต่ Unix hosting สามารถรองรับได้เพียง MySQL
ข้อดีและข้อเสียของ Web Hosting ทั้ง 2 ชนิดมีข้อแตกต่างกันอยู่ หากท่านกำลังตัดสินใจเลือก Hosting ต้องดูหลาย ๆ อย่างประกอบกัน เช่น ภาษาที่ใช้พัฒนา ปริมาณการจัดเก็บ ลักษณะ process และอนาคตในการพัฒนาต่อเนื่องต่าง ๆ ครับ